สรุปภาวะตลาด

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวกรอบราว +,- 4 จุด จากการที่ตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยการเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ และหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปในช่วงก่อนหน้า เผชิญแรงขายทำกำไรอย่างกลุ่มธนาคาร ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,681.04 จุด -3.82 จุด -0.23% มูลค่าการซื้อขาย 54,484 ลบ. ต่างชาติ +808.29 ลบ. TFEX +2,494 สัญญา ตราสารหนี้ -8,326.74 ลบ.

ปัจจัยบวก+

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ หรือ 0.4% ปิดที่ 80.18 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจีนเปิดเผยตัวเลข GDP ที่ขยายตัวได้ดีเกินคาด นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าการยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน

+ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงาน GDP ปี 2565 ของจีนขยายตัว 3% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ คาดว่าอาจจะขยายตัว 2.8% อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจจีนในปี 2565 ชะลอตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีการขยายตัว 8.4%

+ สิงคโปร์คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีที่แล้วแตะที่ระดับ 12-14 ล้านคนในปี 2566 โดยได้แรงหนุนจากการตัดสินใจของจีนที่ยกเลิกมาตรการควบคุมการเดินทางเพื่อควบคุมโรคโควิด-19 รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ

+ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวแสดงความยินดีต่อรายงานข่าวที่ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจะ เดินทางเยือนจีนในวันที่ 5-6 ก.พ. โดยระบุว่า จีนมีความหวังว่าสหรัฐจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนและสหรัฐกลับสู่ระดับที่แข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ

ปัจจัยลบ –

– ดัชนีดาวโจนส์ปิด ร่วงลง 391.76 จุด หรือ -1.14% เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของธนาคาร โกลด์แมน แซคส์ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นเทสลาเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดในแดนบวก

– เฟด สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดิ่งลงสู่ระดับ 32.9 ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -7 จากระดับ -11.2 ในเดือนธ.ค.

– ส.อ.ท.เปิดดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค.2565 อยู่ที่ 92.6 ปรับลดลงในรอบ 7 เดือน สะท้อนปัจจัยลบจากต้นทุนประกอบการและสัญญาณชะลอตัวภาคส่งออก คาดท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสพักตัวตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยนักลงทุนยังติดตามการรายงานผลประกอบการ ของหุ้นกลุ่มธนาคารที่ทยอยประกาศออกมา ประกอบกับจับตาตัวเลข PPI สหรัฐวันนี้ คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,675-1,690 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

  • ช้อปดีมีคืนปี 66 : BJC CPALL MAKRO CRC COM7 SPVI CPW JMART HMPRO ZEN M AU
  • การท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องและจีนเปิดประเทศ : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
  • หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากรายได้ปรับขึ้นตามค่า FT แต่ต้นทุนเริ่มคงที่ : GPSC BGRIM RATCH
  • หุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน : EA TSE SSP SUPER PRIME
  • หุ้นได้ประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า : EA GPSC BCP OR DELTA
  • หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
  • หุ้นเด่น IAA : AOT ADVANC BBL COM7 CPALL

หุ้นรายงานพิเศษ

SMIT “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” (ราคาเหมาะสมปี 23 เท่ากับ 6.70 บาท) ได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศ

  • แนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี 22 ต่อเนื่องถึงปี 23 ยังเติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนของลูกค้ากลุ่มเครื่องมือเครื่องจักรที่เม็ดเงินลงทุนเริ่มกลับมา หลังจากมีการเปิดประเทศ และลูกค้ากลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า ที่ส่งผลให้ยอดขายอลูมิเนียมเพิ่มขึ้น เราคงประมาณการรายได้ปี 22-23 ที่ระดับ 2,207.0 ล้านบาท และ 2,395.7 ล้านบาท เติบโต +7.8%YoY และ +8.6%YoY พร้อมคงกำไรสุทธิปี 22-23 ที่ระดับ และ 263.9 ล้านบาท และ 286.4 ล้านบาท (-9.2%YoY, +8.6%YoY )
  • ความเห็น ผลประกอบการได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศ ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัว เราประเมินมูลค่าอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 5 ปี ที่ 12.4 เท่า ได้ราคาเหมาะสมเป็นปี 23 เท่ากับ 6.70 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 7-8% ต่อปี

หุ้นมีข่าว

(+) TPCH (Bloomberg consensus 7.65 บาท) กางแผนลุยโครงการต่างประเทศ CLV เล็งผนึกพาร์ตเนอร์ศึกษาโปรเจ็กต์ยักษ์ 100 เมกะวัตต์ สนพลังงานลม และโซลาร์เซลล์ คาดชัดเจนไตรมาส 1/2566 ส่วนโครงการในประเทศเล็ง COD โรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน 2.85 เมกะวัตต์ พร้อมบุ๊กเงินเข้าปีนี้ทันที (ที่มา ทันหุ้น)

(+) CHAYO (Bloomberg Consensus 9.51 บาท) คาด TOR จากสถาบันการเงินในไตรมาสแรกปี 2566 พุ่ง 3.3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันยื่นประกวดราคาไปแล้วกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท คาดเห็นความชัดเจนในเดือนมกราคมนี้ 3 พันล้านบาท จาก 3 สถาบันการเงินจับตากลางปี 2566 สรุปดีลร่วมทุน ใหม่อย่างน้อย 1 ราย (ที่มา ทันหุ้น)

(+) RS (Bloomberg consensus 17.50 บาท) “อาร์เอส” ลั่นปีนี้มุ่งสู่เป้าหมาย “Life Enriching ยกระดับทุกมิติการใช้ชีวิตของลูกค้าผ่านทุกธุรกิจในเครือ พร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม กางแผน 3 ปี (ปี 66-68) สปินออฟ 5 บริษัทเข้าตลาดหุ้น หวังดันมาร์เก็ตแคปพุ่ง 1 แสนล้านบาท ประเดิมเตรียมนำ “เชฎฐ์ เอเชีย” เข้า SET ภายในไตรมาส 1/66 ปักธงปี 66-68 รายได้รวมโตปีละ 30-40% เล็งซื้อกิจการ 2-3 ดีลต่อปี ส่วนปี 66 ปั๊มรายได้พุ่ง 5,500 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) TSR (Bloomberg consensus 4.30 บาท) ขานรับโครงการ “ช้อปดีมีคืน 2566” จัดโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ขนทัพเครื่องกรองน้ำเสิร์ฟ หลากหลายรุ่นทั้งเครื่องกรองน้ำดื่ม น้ำใช้ และไส้กรอง หวังกระตุ้นยอดขายต้นปี ส่งเครื่องกรองน้ำรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ SAFE รุ่น flip และ รุ่น UV BEYOND เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ หนุนรายได้ปีนี้โต 4 พันล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

ปัจจัยจับตาในประเทศ

  • ภายใน 21 ม.ค. หุ้นกลุ่มธนาคารส่งงบการเงินปี 65
  • สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
    • สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรม
    • สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
  • 25 ม.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/2566
    • กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า
  • 31 ม.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
  • 6 ก.พ. กระทรวงพาณิชย์ รายงาน CPI เดือนม.ค.

ปัจจัยจับตาต่างประเทศ

  • 18 ม.ค. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค.
    • สหรัฐ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนธ.ค. ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนธ.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน พ.ย. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนม.ค. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB)
  • 19 ม.ค. สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือนม.ค.จาก เฟดฟิลาเดลเฟีย สต็อกนํามันรายสัปดาห์จากสํานักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)
  • 20 ม.ค. ธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR)
    • สหรัฐ รายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.
  • 23 ม.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม
  • 31 ม.ค. – 1 ก.พ. กําหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- Advertisement -