สรุปภาวะตลาด

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเปิดตลาด จากแรงซื้อหุ้น DELTA แต่มีแรงขายออกนำพาให้ดัชนีลดช่วงบวก และในช่วงบ่ายมีการประกาศตัวเลขการส่งออกเดือนธ.ค. -14.6% แย่กว่าที่ตลาดคาดว่า -11% ทั้งปี 65 ขยายตัว 5.5% นอกจากนี้นักลงทุนติดตามการประชุม กนง. ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,682.94 จุด -1.10 จุด -0.07% มูลค่าการซื้อขาย 56,581 ลบ. ต่างชาติ -903.28 ลบ. TFEX -7,378 สัญญา ตราสารหนี้ +8,240.98 ลบ.

ปัจจัยบวก+

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 104.40 จุด +0.31% ขานรับผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ดี ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดในแดนลบ หลังจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กประกาศระงับซื้อขายหุ้นของหลายสิบบริษัทเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค

+ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 46.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 45.0 ในเดือนธ.ค.

+ ฮ่องกงกำลังพิจารณา เรื่องการยกเลิกกฎเกณฑ์ที่กําหนดให้นักเดินทางทั้งขาไปและกลับจากจีนแผ่นดินใหญ่ต้องแสดงผลตรวจโรคโควิด-19 แบบ PCR และยกเลิกการกำาหนดเพดานการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่

+ ครม. อนุมัติวงเงิน 3,946 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านการท่องเที่ยวจํานวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 วงเงินรวม 2,016 ล้านบาท และโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย 1,930 ล้านบาท

+ ครม. ไฟเขียวมาตรการภาษี-ลดค่าธรรมเนียมหนุนลงทุนผ่านกองทรัสต์ หวังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจัยลบ

– สัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 1.49 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 80.13 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย รวมทั้งรายงานที่บ่งชี้ว่าสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

– คณะกรรมการความสัมพันธ์เศรษฐกิจยุโรปตะวันออกของเยอรมนีเปิดเผยว่า การส่งออกของเยอรมนีไปยังรัสเซียในปีที่แล้วทรุดตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2546 และส่งผลให้เยอรมนีขาดดุลการค้าต่อรัสเซียพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

– ธนาคารโลกระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับล่าสุดในเดือนนี้ว่า เศรษฐกิจโลกชะลอการเติบโตอย่างมากท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อสูง อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น การลงทุนที่ลดลง และภาวะชะงักงันที่เกิดจากสงครามในยูเครน

– รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือน ธ.ค.65 ไทยมีมูลค่าการส่งออก 21,718.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 14.6% YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากเดือน ต.ค.65 ที่ติดลบ 4.4%

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนียังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยในประเทศจากการที่ ครม. อนุมัติ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน นักลงทุนติดตามผล การประชุม กนง. วันนี้ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,677-1,690 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

  • ช้อปดีมีคืนปี 66 : BJC CPALL MAKRO CRC COM7 SPVI CPW JMART HMPRO ZEN M AU
  • จีนเปิดประเทศ+เราเท่ียวด้วยกันเฟส 5 : MINT CENTEL ERW SPA AU SHR
  • หุ้นโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากรายได้ปรับขึ้นตามค่า FT แต่ต้นทุนเริ่มคงที่ : GPSC BGRIM RATCH
  • หุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน : EA TSE SSP SUPER PRIME
  • หุ้นได้ประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า : EA GPSC BCP OR DELTA
  • หุ้น mai เด่นปี 66 : SPA D CEYE AU
  • หุ้นเด่น IAA : AOT ADVANC BBL COM7 CPALL

หุ้นรายงานพิเศษ

MASTER- บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน)

mai / SERVICE (ราคา IPO 46.00 บาท) ราคาเหมาะสม 62.75 บาท

*Globlex Securities เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจำหน่าย

  • MASTER ประกอบธุรกิจกิจการสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามครบวงจร ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช” ให้บริการด้านการศัลยกรรมครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านการศัลยกรรม บริษัทมีรายได้ปี 62-64 และงวด 9M65 เท่ากับ 414 ลบ. 611 ลบ. 660 ลบ. และ 1,011 ลบ. ตามลำดับ และรายงานผลประกอบการ ปี 62-64 และงวด 9M65 มีกำไรสุทธิที่ 61 ลบ. 129 ลบ. 163 ลบ.และ 222 ลบ. ตามลำดับ เนื่องจากสาเหตุหลักมาจาก สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ลูกค้าเริ่มกลับมาใช้บริการเป็นปกติตั้งแต่ 4Q64 โดยมี %GPM เพิ่มขึ้นเป็น 57.3% เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสินเปลืองที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ทิศทางผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2565 และปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยมีสาเหตุหลักจาก 1) การ ปรับปรุงคุณภาพและเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษา และมีการให้บริการที่หลากหลาย 2) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 3) ได้แรงหนุนจากนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของรัฐบาล 4) ในปี 2565 บริษัทได้มีการว่าจ้างแพทย์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่สอนในสถาบันอบรมชื่อดังของเกาหลี เพื่อฝึกอบรมทักษะและพัฒนาทีมแพทย์ 5) บริษัทมีแผนนำเงิน IPO ไปลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว เราประมาณการรายได้ปี 2565-2566 ราว 1,335.2 ล้านบาท และ 2,002.7 ล้านบาท เติบโต +102.5%YoY และ +50.0%YoY พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 2565-2566 ที่ระดับ 307.1 ล้านบาท และ 445.4 ล้านบาท เติบโต +88.6%YoY และ +45.0%YOY ตามลำดับ
  • จำนวนหุ้น IPO ไม่เกิน 65.0 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 27.08% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น โดยราคา IPO คิดเป็น historical P/E ratio ที่ประมาณ 36.9 เท่า คิดเทียบกับ P/E บริษัทที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่ KLINIQ 41.1% BH 44.3x PR9 27.6x และ BDMS 38.6x วัตถุประสงค์การระดมทุน 1) ปรับปรุงอาคารและห้องผ่าตัด 2) จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ 3) เงินลงทุนสำหรับก่อสร้างและปรับปรุงอาคารบนพื้นที่เช่า และ 4) เป็นเงินทุนหมุนเวียน

หุ้นมีข่าว

(+) NYT (Bloomberg consensus 3.90 บาท) ชูอุตสาหกรรมรถยนต์กลับมาดี มั่นใจปริมาณรถยนต์ผ่านท่าเทียบเรือสูงกว่าอุตสาหกรรม ไม่หวั่นเศรษฐกิจโลกถดถอย เหตุไทยผลิตรถกระบะไม่กระทบมาก ปัญหาชิปคลี่คลาย ได้รับประโยชน์จากการนำเข้ารถอีวี เพิ่มพื้นที่คลังสินค้า 3 หมื่นตารางเมตร ธุรกิจรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมกำลังมา (ที่มา ทันหุ้น)

(+) SCGP (Bloomberg Consensus 61.00 บาท) เล็งทุ่มงบ 1.8 หมื่นล้านบาท ลุย M&A-อัพไลน์ผลิต ปูทางโกยเงินระยะยาว ซีอีโอ “วิชาญ จิตร์ภักดี” ลั่นปี 2566 รายได้พุ่งแตะ 1.6 แสนล้านบาท รับดีมานด์ ใน-นอกฟื้นตัวเด่น แถมมองโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5” หนุนออเดอร์ทะลัก ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวแจกปันผลงวดสิ้นปี 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท ขึ้น XD วันที่ 4 เมษายน 2566 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ATP30 (Bloomberg consensus – บาท) วางกลยุทธ์ปี 2566 เร่งพัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับความสามารถการแข่งขัน พร้อมตั้งเป้าผลงานสถิติสูงสุดใหม่ กับรายได้โต 10% ควักงบลงทุน 180 ล้านบาท ซื้อรถใหม่ 60 คัน กดปุ่มให้บริการรถไฟฟ้าลดคาร์บอน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) EKH (Bloomberg consensus 9.85 บาท) เผยจีนเปิดประเทศ เอเจนซีแห่ส่งคิวลูกค้าแน่นมือ คาดพุ่งถึง 20-30 รายต่อเดือน กางแผนปี 2566 รายได้โตเหนือ 3-10% จากปีก่อน เล็งผุดอาคารใหม่รองรับการเติบโตของธุรกิจ แย้มสนใจขยายการลงทุนต่อเนี่อง แย้มเจรจา M&A-JV พาร์ตเนอร์ 2-3 ดีล (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยตาในประเทศ

  • 25 ม.ค. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/2566
  • 31 ม.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
  • 6 ก.พ. กระทรวงพาณิชย์ รายงาน CPI เดือนม.ค.

ปัจจัยตาต่างประเทศ

  • 25 ม.ค. สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)
  • 26 ม.ค. สหรัฐ รายงานจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ธ.ค. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) 4Q65 (ประมาณการเบื้องต้น)
  • 27 ม.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.  ทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค.
  • 30 ม.ค. อียู รายงานด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนม.ค.
    • สหรัฐ รายงานดัชนีการผลิตเดือนม.ค.จากเฟด สาขาดัลลัส
  • 31 ม.ค. – 1 ก.พ. กำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- Advertisement -