Daily Focus: Selective and Earnings Play 

2024 SET Target : 1470

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลงต่อเนื่องจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่เป็นลบ ดัชนีปิดลบอีก 6.50 จุด ที่ระดับ 1,291.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื่อขาย 3.4 หมื่นลบ. ถ่วงโดยกลุ่มอาหาร ไฟแนนซ์ ขนส่ง การแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวขึ้น ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ปิโตรฯ ค้าปลีก สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 405 ลบ.และ 225 ลบ. ตามลำดับ (แต่ยัง Short Index Futures อีก 1.2 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways บริเวณ Gap 1,290+- หลังจากปรับตัวลงติดต่อกัน 4 วันก่อนหน้ารวมกว่า 30 จุด ตอบรับปัจจัยกดดัน ทั้งกำไรกลุ่มธนาคารที่ออกมาไม่ค่อยสดใสนัก ทำให้ยังต้องติดตามว่ากำไรฝั่ง Real Sector ที่จะทยอยประกาศตามออกมาจะได้ตามคาดหรือไม่ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ดูยังฟื้นช้า ทำให้ยังต้องติดตามว่า EPS ปี 2024 จะมี Downside จากปัจจุบันที่ระดับ 91-92 บาท หรือไม่ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ ตัวเลขส่งออกไทยเดือน มิ.ย. (ตลาดคาด +2.6% y-y) ขณะที่ปัจจัย ต่างประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯเดือน มิ.ย. (ตลาดคาด Headline และ Core +2.5% y-y) ส่วนล่าสุดตัวเลข GDP 2Q24 สหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด +2.8% q-q SAAR (ตลาดคาด +2%) สะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังค่อนข้างแข็งแรง ปัจจัยหลักที่จะกำหนดทิศทาง SET Index คือการวินิจฉัยคดีการเมืองในเดือน ส.ค. ทั้งคดียุบพรคก้าวไกลวันที่ 7 ส.ค. และโดยเฉพาะคดีนายกฯเศรษฐาวันที่ 14 ส.ค. โดยเรามองบวกในแง่ Timeline ที่จะได้ข้อสรุปอย่างชัดเจน หากผลออกมาเป็นคุณในคดีนายกฯ เราเชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกและทำให้ Upside ระยะกลาง-ยาวเปิดกว้างขึ้นจากปัจจัย Overhang ที่หายไป โดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Play ระยะสั้นเราเชื่อว่าโฟกัสของตลาดจะอยู่ที่การประกาศกำไร 2Q24 ของบจ.โดยคาดหุ้นที่คาดมีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งและแนวโน้มดีต่อใน 2H24 คาดว่าจะยังปรับตัวได้แกร่งกว่าตลาด

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นเป็นรายตัวที่มีแนวโน้มกำไร 2Q24 โดดเด่น // ส่วนที่สะสมในช่วงก่อนหน้า ยังถือลงทุนต่อเนื่องระยะกลาง-ยาว

หุ้นเด่นเดือน ก.ค.: CPF, DOHOME, PHG, SAPPE, TTA

FSSIA Portfolio: AOT, CHG, CPALL, CPN, GPSC, KCG, SHR, SJWD, TIDLOR, TU

หุ้นเด่น Finansia 26 ก.ค. 24 : CPALL

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเป็น 79 บาท
  • คาดกำไรปกติ 2Q24 ที่ 5.8 พันลบ. -3.3% q-q, +30% y-y จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยคาด SSSG ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ 4% หนุนจากช่วงวันหยุดยาว และสภาพอากาศที่ร้อน และคาด SSSG ของธุรกิจค้าส่งที่ 2% ตามลำดับ ส่วนการเติบโตเด่น y-y จากยอดขายที่สูงขึ้น และ Gross margin ของ CVS ที่ดีมากขึ้น 
  • แนวโน้มกำไรปกติ 2H24 ยังเติบโต y-y แม้ใน 3Q24 อาจชะลอจากฤดูฝน แต่คาดทำจุดสูงสุดจาก High season ใน 4Q24 รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรของ CPAXT ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น y-y เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2024 เติบโต 30% y-y นอกจากนี้ยังมี Upside จาก Digital Wallet
  • แนวรับ 56-55.75 บาท แนวต้าน 58//60-61 บาท 

Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนยังไหลออกจากภูมิภาคต่อเนื่องสุทธิ US$596 ล้าน นำโดยเกาหลีใต้ US$592 ล้าน ส่วนไต้หวันยังปิดทำการเนื่องจากพายุไต้ฝุ่นแกมี ด้านอาเซียนเม็ดเงินไหลออกสูงสุดที่เวียดนาม US$19 ล้าน แต่ไหลเข้าอินโดนีเซีย US$24 ล้าน แนวโน้มของกระแสเงินทุนคาดว่ายังค่อนไปในทิศทางไหลออก โดยตลาดรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯคืนนี้

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) MINT คาดกำไร 2Q24 ที่ 3.4 พันลบ. พลิกจากขาดทุนใน 1Q24 และ +11% y-y หนุนจากทั้งกำไร NHH ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Non-NHH ยังเห็น RevPar โตดีในไทย ส่วนธุรกิจอาหารคาดยังได้แรงหนุนจาก Margin ที่ปรับตัวดีขึ้นแม้ SSSG ยังติดลบ แนวโน้มกำไร 3Q24 คาดว่าอาจชะลอ q-q จากปัจจัยฤดูกาลแต่ยังเติบโต y-y ได้ต่อเนื่อง เรายังคาดกำไรปี 2024 ที่ 8.3 พันลบ. +16% y-y ราคาหุ้นเทรด PER 21 เท่าต่ำกว่ากลุ่มโรงแรมทั่วโลก คงราคาเป้าหมาย 44 บาท แนะนำ “ซื้อ”

(0) AP คาดกำไร 2Q24 อยู่ที่ 1.26 พันลบ. +25% q-q จากคอนโดสร้างเสร็จใหม่แต่ลดลง 18% y-y จากอัตรากำไรขั้นต้นขายอสังหาฯ ที่ลดลง แนวโน้มผลประกอบการ 3Q24 จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง q-q จากคอนโดใหม่และยอดขายโครงการรอรับรู้เป็นรายได้ แต่เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2024-26 ลง 11-13% สะท้อนยอดโอนที่ต่ำกว่าคาดจากตลาดอสังหาฯที่ชะลอตัว ทำให้กำไรปี 2024 คาด -12% y-y ที่ 5.3 พันลบ. ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 10.20 บาท แต่คงคำแนะนำ “ซื้อ”

(-) SPALI ผู้บริหารมองอุตสาหกรรมยังซบเซาทั้งดอกเบี้ยระดับสูง ธนาคารเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ หนี้ครัวเรือนสูง และการแข่งขันด้านราคาในตลาด บริษัทยังคงแผนการเปิดโครงการใหม่ปีนี้ 5 หมื่นลบ. +69% y-y โดยอยู่ใน 2H24 รวม 2.7 หมื่นลบ. +20% h-h ส่วนเป้ายอด Presales และยอดโอนปีนี้ที่ 3.6 หมื่นลบ. บริษัทมองว่ามีโอกาสพลาดเป้าจากแนวราบอ่อนแอกว่าคาด เราคาดกำไร 2Q24 ที่ 1.5 พันลบ. +150% q-q, -10% y-y แนวโน้มกำไร 3Q24 คาดเป็นไตรมาสดีสุดของปี ขยายตัว q-q, Y-Y หนุนจากการโอนคอนโดใหม่เต็มไตรมาสและการเปิดแนวราบใหม่ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2024-26 ลง 10-13% ทำให้ปีนี้คาด 5.4 พันลบ. (-10% y-y) ปรับลดราคาเหมาะสมเป็น 18.80 บ. ราคาหุ้น Upside จำกัด ยังแนะนำ “ถือ”

(-) PJW คาดกำไร 2Q24 ที่ 38 ลบ. -14% q-q, -9% y-y จากทั้ง Low Season และยอดขายรถในประเทศที่ซบเซา ทำให้ลูกค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ชะลอการสั่งซื้อ ตรงข้ามกับธุรกิจ Laundry ที่มีแนวโน้มเติบโตตามกลุ่มโรงพยาบาลและโรงแรม ธุรกิจ S-Curve ใหม่จะทยอยชดเชยการลดลงของชิ้นส่วนยานยนต์จาก 10% ปีนี้เป็น 16.4% ต่อรายได้ในปี 2026 ปรับลดประมาณการกำไรปี 2024-26 ลง 22-25% โดยคาดปีนี้กำไร -3% y-y ก่อนเติบโต +16% y-y ปีหน้า ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 3.10 บาท แต่ยังแนะนำ “ซื้อ”

(+) ตลาดดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 81.20 จุด หรือ +0.20% ปิดที่ 39,935.07 จุด ขานรับ GDP ของสหรัฐที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดในไตรมาส 2/2567 แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

(-) ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบ เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทในหลายกลุ่ม อาทิ เทคโนโลยีและสินค้าหรูหรานอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันมากขึ้นจากการที่นักลงทุนทั่วโลกพากันเข้าซื้อ สินทรัพย์ปลอดภัย อาทิ พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี

(0) ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดผสม ตลาดกำลังประเมินรายงาน CPI Tokyo ซึ่งสะท้อนระดับที่ชะลอลงเล็กน้อยในเดือน ก.ค.

(-) ค่าเงินบาท อ่อนค่า อยู่ที่บริเวณ 36.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ +0.42%

(+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 69 เซนต์ หรือ 0.89% ปิดที่ 78.28 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐเปิดเผย GDP ที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 2/2567 ซึ่งช่วยให้นักลงทุนมีความหวังว่าอุปสงค์น้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นด้วยในขณะที่เช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 78.32 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.05%

(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 62.20 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ปิดที่ 2,399.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร หลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี PCE ของสหรัฐในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดในขณะที่เช้านี้บวกอยู่ที่ระดับ 2,406.60 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ +0.25%

SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 845.19/ +0.41%

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

26 ก.ค.ไทย: ส่งออก (มิ.ย.)

สหรัฐ: เงินเฟ้อ PCE รายได้-การใช้จ่ายส่วนบุคคล (มิ.ย.)

27 ก.ค.จีน: Industrial Profits YTD (มิ.ย.)
30 ก.ค.ยูโรโซน: GDP 2Q24

สหรัฐฯ: JOLTS Job Openings, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (มิ.ย.)

31 ก.ค.จีน: NBS Manufacturing and Non-Manufacturing PMI (ก.ค.)

ญี่ปุ่น: ประชุม BoJ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ก.ค.)

ไทย: รายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือน (มิ.ย.)

ยูโรโซน: เงินเฟ้อ (ก.ค.)

- Advertisement -