KS Daily View 16.12.2024 >>> ปัจจัยภายนอกยังกดดัน SET Bond Yield 10 ปี ขึ้นมาที่ระดับ 4.4% คาดกรอบ SET ที่ 1,420 – 1,440 จุด แนะนำ PR9, MOSHI
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: คาดตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,420-1,450 จุด โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางทั้งของไทยและสหรัฐฯ ในวันพุธ โดยคาด กนง. จะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% เพื่อรอดูผลจากการปรับลดครั้งก่อนก่อนที่จะพิจารณาลดเพิ่มเติมในต้นปีหน้า ส่วน Fed คาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลง 25 bps เป็น 4.50% แต่สิ่งที่ตลาดจะจับตามากกว่าคือท่าทีของประธาน Fed ในการแถลงหลังประชุม ว่าจะส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ยซึ่งจะเป็นลบต่อตลาด หรือจะยืนยันการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องซึ่งจะเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุน กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้แนะนำเก็งกำไรในหุ้น MTC PRM SHR MOSHI PR9 โดยเน้นกลุ่มที่มีปัจจัยลบน้อยและคาดผลประกอบการเติบโตดีทั้ง QoQ และ YoY ในช่วง Q4/67-Q1/68 ได้แก่ กลุ่มการเงิน (MTC TIDLOR) วัสดุก่อสร้าง (TASCO) F&B (OSP) ขนส่ง (PRM) และโรงแรม (SHR) ส่วนกลุ่มธนาคารแม้การเติบโตอาจไม่สูงและมีความเสี่ยงจากการลดดอกเบี้ย แต่มีโอกาสเพิ่มปันผลปีหน้าและอาจได้ประโยชน์จากการสลับกลุ่มลงทุนหนีจากกลุ่มที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัว เช่น กลุ่มพลังงานที่กังวลอุปสงค์อ่อนแอและอาจมีอุปทานเพิ่มขึ้นจากนโยบายของทรัมป์ กลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีประเด็นการปรับลดค่าไฟหลังทั้ง TDRI และคุณทักษิณ ชินวัตร มีการพูดถึงการปฏิรูปโครงสร้างและปรับลดค่าไฟ และกลุ่มโรงพยาบาลที่อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนงบประมาณประกันสังคมในครึ่งหลังของปี 2567 ซึ่งอาจกระทบต่อผลประกอบการในปี 2568
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,431.67 จุด ลดลง 8 จุด หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 4.4% หลังตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) ออกมาสูงกว่าคาด โดยดัชนีถูกกดดันจาก 17 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปิดลบ โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และโรงพยาบาล แต่ได้แรงหนุนบางส่วนจากกลุ่มธนาคาร ปิโตรเคมี และขนส่ง ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ยังกดดันตลาดและการขาดปัจจัยบวกใหม่ในประเทศ ทำให้คาดว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,420-1,440 จุด โดยแนะนำหุ้น PR9 และ MOSHI พร้อมจับตาการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจจีนเช้านี้
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาสนามบินหัวหินให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ เปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2568 รองรับเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาศูนย์ฝึกการบิน โดยจะเริ่มก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกในเดือนมีนาคม 2568 และจัดหาเฮลิคอปเตอร์ฝึก 3 ลำ เพื่อผลักดันให้หัวหินเป็นแลนด์มาร์คสำคัญและสนับสนุนนโยบายการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
- กระทรวงคมนาคมเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่า 1 ล้านล้านบาทในปี 2568 โดยรมว.คมนาคม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) และร่างเอกสารประกวดราคา พร้อมมั่นใจจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติทั้งดูไบ จีน และญี่ปุ่น หลังได้สัญญาณตอบรับที่ดีจากการโรดโชว์ โดยตั้งเป้าจะคัดเลือกผู้ลงทุนในไตรมาส 3/2568 และลงนามสัญญาต้นปี 2569 เพื่อเริ่มก่อสร้างแบ่งเป็น 3 ระยะจนถึงปี 2579 คาดช่วยเพิ่ม GDP จาก 4% เป็น 5.5% ต่อปี และสร้างงานกว่า 280,000 ตำแหน่งในพื้นที่ระนองและชุมพร
- รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” ที่จะพัฒนาบนที่ดินการรถไฟฯ 4 แห่ง ได้แก่ ย่าน กม.11,สถานีเชียงราก, สถานีธนบุรี และเชียงใหม่ โดยเฉพาะที่ดินสถานีธนบุรีบนพื้นที่ 21 ไร่ 3 งาน เป็นทำเลศักยภาพสูงใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ซึ่งเดิมการรถไฟฯ วางแผนพัฒนาเป็นเมืองการแพทย์มูลค่า 3.5 พันล้านบาท ส่วนที่ดิน กม.11 พื้นที่ 279 ไร่ ติดถนนวิภาวดี-รังสิต เดิมจะพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสมูลค่า 1 แสนล้านบาท โดยจะเปิดตัวห้องตัวอย่างทั้งคอนโดและบ้านเดี่ยวพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์วันที่ 20 มกราคม 2568
- รมช.คลัง เผ่าภูมิ โรจนสกุล เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง 2 เดือน หลังแจกเงิน 10,000 บาทให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรคนพิการ 14.55 ล้านคน โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 56.9 จุด ดัชนีความเชื่อมั่น SME เพิ่มขึ้นเป็น 53.0 จุด และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 89.1 จุด สะท้อนการตอบสนองที่ดีต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความคาดหวังต่อทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
- สหรัฐฯ เตรียมออกกฎใหม่จำกัดการขายชิป AI ขั้นสูงในบางภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง เพื่อปิดช่องทางที่จีนใช้เข้าถึงชิปเหล่านี้ผ่านประเทศที่สาม ทั้งการลักลอบขนและการตั้งบริษัทย่อย โดยจะกำหนดเพดานการส่งชิปไปยังศูนย์ข้อมูลที่ใช้สำหรับ AI และบังคับให้ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง TSMC และ Samsung ต้องขออนุญาตก่อนส่งชิปบางประเภทไปจีน
- รัฐสภาเกาหลีใต้ลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซุก-ยอล ด้วยคะแนน 204 ต่อ 85 เสียง หลังประกาศกฎอัยการศึกครั้งแรกในรอบ 40 ปี โดยนายกรัฐมนตรีฮัน ดุก-ซู จะรักษาการระหว่างรอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาภายใน 180 วัน ด้านธนาคารกลางประกาศพร้อมใช้ทุกเครื่องมือรักษาเสถียรภาพตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมระบุว่าสถานการณ์ครั้งนี้มีความท้าทายจากภายนอกมากกว่าการถอดถอนในอดีต ขณะที่ฝ่ายค้านเสนอจัดตั้งคณะทำงานร่วมสองฝ่ายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
Daily pick
PR9: ราคาพื้นฐาน 28.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PR9 จากความสำเร็จในการทำการตลาดกับผู้ป่วยต่างชาติผ่านการทำโรดโชว์และความร่วมมือกับสถานทูต ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องไม่เพียงแค่กลุ่มตะวันออกกลาง แต่รวมถึงผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศ CLMV และจีน อีกทั้งมีโอกาสได้รับผู้ป่วยคูเวตในระบบ GOP เพิ่มขึ้นซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม นอกจากนี้ เรามองว่า PR9 มีโอกาสพัฒนาอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยต่างชาติ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เน้นการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายต่อบิลสูงกว่าผู้ป่วยไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เรามองว่า PR9 มีมูลค่าที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยมี PE’68 ราว 25.5 เท่า
MOSHI: ราคาพื้นฐาน 53.60 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MOSHI จากโอกาสเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น 50-60 bps ในปี 2568 ผ่านการเพิ่มสินค้านำเข้าเป็น 60% สำหรับร้าน MOSHI และ 30% สำหรับร้าน The OK โดยการอ่อนค่าของเงินหยวน 1% จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น 0.2% บริษัทยังมีศักยภาพขยายสาขาได้เกือบเท่าตัวในห้างสรรพสินค้าและรูปแบบสแตนด์อโลน ตั้งเป้าเติบโต 15-20% ในปี 2568 พร้อมเปิด 40 สาขาใหม่ ปัจจุบันยอดขายสาขาเดิมต้นไตรมาส 4/2567 เติบโต 26% สูงสุดในกลุ่มค้าปลีก โดยมีมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจที่ Fwd PE’68 ราว 26 เท่า
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันจันทร์ ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ผลผลิตอุตสาหกรรม (China Industrial Production) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 5.4% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ต่อด้วยยอดค้าปลีก (China Retail Sales) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 5.0% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 4.8% YoY ปิดท้ายด้วยอัตราการว่างงาน (China Unemployment Rate) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 5% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า
- วันอังคาร ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยอดค้าปลีก (US Retail Sales) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.5% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.4% MoM ต่อด้วย ผลผลิตอุตสาหกรรม (US Industrial Production) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.2% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.3%MoM
- วันพุธ ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)โดยตลาดคาดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.25% ต่อด้วยการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของทางยุโรป (EU CPI) ครั้งสุดท้ายเดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 2.3% YoY ปรับตัวขึ้นจากครั้งก่อนหน้าที่ 2.0% YoY และปิดท้ายด้วยผลการประชุม FOMC โดยตลาดคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps
- วันพฤหัสฯ ติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) โดยตลาดคาดว่า จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% และการรายงานของ GDP ใน 3Q24 ของสหรัฐครั้งสุดท้าย ตลาดคาดการณ์ที่ 2.8% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า
- วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan CPI) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 2.9% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.3% YoY ขณะที่ฝั่งของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (US Core PCE Price Index) ตลาดคาดที่ 2.9% YoY ปรับตัวขึ้นจาก 2.8% YoY ในเดือนก่อนหน้า