บล.กรุงศรีฯ:

KSS Strategist Comment :  SET Update ในภาวะตลาดหุ้นไทยที่ผันผวน และปรับฐานต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปี 2025 ปัจจุบัน นักลงทุนทราบหรือไม่  Equity Risk Premium ตลาดหุ้นไทยกำลังจะแตะ 5%!!!

Key Idea :

1) SET ที่แตะ 1206จุดวานนี้ ทำให้ Equity Risk Premium ขอตลาดหุ้นไทยพุ่งสู่ 4.75% กำลังจะแตะ 5%!!!(+2SD ซึ่งเป็นระดับ Deep Value Market ในอดีต SET แตะตรงนี้หรือมากกว่า +2SD  ในปี 2020 Covid-19, น้ำท่วมใหญ่ในประเทศปี 2011 และ Subprime Crisis) สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยถูกมากแล้ว และน่าจะเป็นจุดที่ Value Investors & Ultra High Net-worth ไทย เริ่มมองเป็นโอกาสการลงทุน หุ้น Core Business แข็งแกร่ง , Deep Value เพื่อโอกาสการฟื้นตัวในระยะกลางถึงยาว

2) โครงสร้าง SET ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว จากการสำรวจหุ้นในตลาดของไทยปัจจุบัน 914บริษัท SET+mai พบว่าหุ้นที่ PER < 12X มีสัดส่วนราว 34.50%, PBV < 1 ราว 53.38% , Dividend Yield > 3% ราว 50%

3) และการลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. 25bps สู่ 2.00% สอดคล้องมุมมอง KRUNGSRI Research และตามที่เรานำเสนอไปต่อเนื่องตั้งแต่กลางสัปดาห์ก่อน และสัญญาณจากกนง. ในการประชุมวันนี้ยังมีภาพ “Dovish” น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ ERP ปัจจุบันอาจขยับแตะ +2SD ได้ จากทิศทางนโยบายการเงินผ่อนคลายที่จะกด Yield ระยะถัดไปลดลง สอดคล้องกับ Global Yield ที่ท้ายที่สุดวงจรดอกเบี้ยขาลงสหรัฐฯ คาดจะมี 2ครั้ง ในปีนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง เป็นบวกต่อ EMs ที่ยัง Laggards 

Key Takeaway from MPC Meetings : 

  • แนวโน้มเศรษฐกิจ: BOT ประเมิน GDP ปี 2025 น่าจะอยู่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าการประเมินของสภาพัฒน์เล็กน้อย (สูงกว่า 2.5%) ซึ่งตลาดได้คาดการณ์ไว้แล้ว (KRUNGSRI RESEARCH อยู่ระหว่างเตรียมปรับลด GDP ปี 2025 จากเดิม 2.9%)
  • ความกังวลด้านโครงสร้าง: BOT ยังกังวลเรื่องภาคการผลิตที่มีปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ เคมีภัณฑ์ ยางและพลาสติก ชิ้นส่วน วัสดุก่อสร้าง และสิ่งทอ ซึ่งต้องใช้เวลาแก้ไข แต่การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการในระดับหนึ่ง 
  • ปัจจัยบวก: BOT มองบวกด้านภาคท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศ สอดคล้องกับผลกำไรตลาดไตรมาส 4/2024 โดยหุ้นที่อิงกับตลาดในประเทศแสดงสัญญาณบวก (กลุ่มเช่าซื้อ ค้าปลีก สื่อสาร ท่องเที่ยว การบิน และธนาคาร) 
  • คุณภาพสินเชื่อ: มีสัญญาณบวกในสินเชื่อลูกค้า Large Corporate แต่ SME ยังมีความเสี่ยง ส่วนสินเชื่อลูกค้าทั่วไปมีสัญญาณบวกเกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นสินเชื่อบ้านที่ต้องระมัดระวัง โครงการแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 8.9 แสนราย จากผู้มีสิทธิ์ 1.9 ล้านราย 
  • มาตรการ LTV: BOT อยู่ระหว่างพิจารณาหารือเรื่องมาตรการ LTV ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีน้ำหนักมากกว่าประเด็นคุณภาพหนี้ที่ตลาดรับรู้อยู่แล้ว

Catalyst : ของตลาดหุ้นไทย

  • การฟื้นฟูเศรษฐกิจ(Real Fundamental) น้ำหนัก 50% ด้วยภาพนโยบายการคลัง + นโยบายการเงิน ที่ดูสอดคล้องมากขึ้น น่าจะมีโอกาสหนุน Domestic Demand โดย 1H25 KRUNGSRI Research  คาดจะมีเม็ดเงินสูงกว่า 2.6 แสนล้านบาท (คิดเป็น 1.4% ของ GDP) เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และฝั่ง Investment น่าจะเร่งขึ้นทั้งฝั่ง FDI และฝั่ง Corporate ซึ่งภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวจะเป็น Impact บวกต่อ BANK ในระยะกลาง และมีผลมากว่า NIM ที่แคบลง
  • Domestic Liquidity น้ำหนัก 50% : ความพยายามฟื้นฟู Domestic Long Term Funds จากความพยายามเดินหน้า ThaiESG2 รองรับ LTF เดิม โดยเฉพาะถ้าขยายกรอบการลดหย่อน 5แสนบาท/ปี เท่า LTF จะเป็นปัจจัยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเม็ดเงินลงทุนระยะกลาง-ยาว ที่จะเพิ่มขึ้นในระยะกลาง มีเสถียรภาพขึ้น 

Strategy : KSS มองโอกาสเชิงบวกระยะยาว และการลดดอกเบี้ยวันนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นลงทุนที่ดีในวันที่ตลาดหุ้นไทยเป็น Deep Value Market ระยะยาว คงแนะนำ

• 7 Deep Value Stocks : CPALL, HMPRO, BH, BDMS, MINT, SCGP, GPSC

• เช่าซื้อ MTC  (บวกทั้งจากดอกเบี้ยลดลง และคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น)

• อสังหา AP  (บวกทั้งจากดอกเบี้ยลดลง และรอความคืบหน้ามาตรการ LTV)

• High Yield ADVANC  (หุ้นปันผลน่าดึงดูดขึ้น ในเชิงเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยที่ลดลง)

• หนี้สูง CPALL, MINT  (ภาระดอกเบี้ยจะลดลง เปิด Upside กำไร)

• ท่องเที่ยว AOT, BA (ยังคงเป็นแกนหลักหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว)

• ส่วนธนาคารเน้นตั้งรับ โดยเราให้น้ำหนักมุมมองทางบวกต่อคุณภาพหนี้จะสูงกว่าผลกระทบการลดดอกเบี้ย KBANK KTB

- Advertisement -