ไม่ต้องกังวลไป ยังไงก็ลดดอกให้แล้ว / 1,220-1,240

คาด SET Index บวกต่อได้อีกหน่อย : รับแรงหนุนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของกนง. แม้มีความกังวลในกำแพงภาษีของทรัมป์ และ Outlook ของ Nvidia

กลยุทธ์การลงทุน

  1. กนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ย: TTB, TISCO, KKP, MTC, SAWAD, TIDLOR
  2. หุ้นปันผล : AP, SPALL, SIRI, LHHOTEL, WHART, TTW, STA, NER
  3. โค้งสุดท้าย Easy E-Recelpt : COM7, CPALL, ADVICE, MOSHI
  4. มีสัดส่วนหนี้สูง: TRUE, MINT, CPAXT, BJC, GULF, GPSC, CRC

กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย การเงิน และอสังหาหนี้สูง ปลื้มมาก: โดยที่ประชุมมีมติ 6 (ควรปรับลด) ต่อ 1 (ควรคงอัตราดอกเบี้ย) เสียง ปรับลดอัตราดอกเบียนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 2.00% โดยคณะกรรมการส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง ได้แก่ 1) เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่ประมินไว้ จากภาคการผลิตอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หดตัวแรง เนื่องจากรับแรงกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ รวมถึงความเสี่ยงด้านนโยบายการค้าของประเทศหลักสูงขึ้น 2) อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประมันไว้ และทรงตัวในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทาน และไม่มีสัญญาณที่นำไปสู่ภาวะเงินฝืด หรือ เงินฟ้อติดลบต่อเนื่อง และ 3) ภาวะการเงินตึงตัว โดยเห็นการชะลอตัวในสินชื่อภาคอุปโภค/บริโภค โดยคณะกรรมการเน้นจับตาพัฒนาการของตลาการเงิน และประสิทธิผลของโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ทางฝ่ายมองการลดดอกเบี้ยเป็นบวกโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มการเงินที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และกลุ่มอสังหาฯ ที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม MRR (Minimum Retail Rate) ที่จะลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ช่วยหนุนความน่าสนใจในการเข้าซื้ออสังหา รวมถึงเป็นบวกกับหุ้นที่มีสัดส่วนหนี้ต่อทุนสูง จะมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และกลุ่มปันผลสูง ให้น่าสนใจมากขึ้น

ทรัมป์เตรียมบังคับใช้กำแพงภาษีเพิ่ม :โดยจะปรับขึ้นกำแพงภาษีกว่า 25% ในสินค้าต่างๆ รวมถึงยานยนต์จากยุโรปให้เร็วที่สุด เพื่อตอบโต้ท่าที่ของยุโรปที่พยายามปั่นป่วนสหรัฐส่วนแคนาดา และเม็กซิโก คาดจะกลับมาขึ้นกำแพงภาษีในวันที่ 2 เม.ย. 68 กลับมาสร้างความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าให้นักลงทุน

Nvidia เผยผลประกอบการ 4Q25 ออกมาดี แต่ภาพข้างหน้ายังกังวล: โดยมีกำไรสุทธิที่ $2.2 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 80%y-y และ 14%q-q รวมถึงทำ All time high ของกำโรรายโตรมาส ได้แรงหนนจากยอดขายที่โตมากกว่าที่ตลาดคาด แต่ภาพในระยะถัดไปบริษัทมอง GPM จะเริ่มขยายตัวลดลง เนื่องจากจะเร่งลงทุนเพื่อออกสินค้าตัวใหม่ และผลกระทบจากการลดลงของรายจ่ายด้าน AI และกำแพงภาษี แต่ย้ำว่าสินค้าตัวใหม่จะทำรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท อาจช่วยหนุนหุ้นเทคโนโลยี และเกี่ยวข้องได้จำกัด

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม นับตั้งแต่ 1 ม.ค. – 23 ก.พ. 68 รวม 6.35 ล้านคน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แค่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ และ อินเดีย

(+) เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมระดับสูงของอินโดนีเซียเผย การส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียในปี 2568 มีแนวโน้มลดลง 7.3%y-y เหลือ 27.35 ล้านตันต่อปี กระทบต่ออุปทานน้ำมันปาล์มโลก เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นบวกต่อหุ้นที่ส่งออกน้ำมันปาล์ม

(+) กลต.เตรียมเปิดรับความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติกองทุนส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินการ

(-) สภาพัฒน์ เตือนภาคแรงงานไทยเตรียมรับมือมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐฯ อาจกระทบต่อภาพรวมการจ้างงานให้ลดลง 3.6 แสนตำแหน่ง เพิ่มอัตราการว่างงานในประเทศกว่า 0.4%

PICKS OF THE DAY

AP BUY

  • เป้าหมาย 9.05 / 9.25 แนวรับ 8.65
  • ธปท. ลดดอกเบี้ย: ธปท. มีมติลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.00% ต่อปี การปรับลดอัตราดอกเบี้ยช่วยคลายความกดดันภาพตลาดอสังหาฯได้ดีขึ้น ช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจ และกำลังซื้อจะดีขึ้นตามมา รวมถึงผู้ประกอบการจะมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้ตลาดมองว่าภาพการขายจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นกว่าในช่วง 4Q67 ที่ผ่านมามีที่การแข่งขันที่รุนแรง อาจแสดงถึงภาพตลาดอสังหาฯผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว น่าจะมีการซื้อขายใน P/E ที่สูงขึ้น
  • เลือกหุ้นปันผลสูง: เลือกหุ้นปันผลสูง: AP คาดว่าจะกลับมาซื้อขายใน P/E ที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน คาดกำไรปี 67 ที่ 4.9 พันลบ. คาดจ่ายปันผล 0.57 บาท/หุ้น Div. yield 6.4% จากราคาปัจจุบัน ยังอยู่สูงกว่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 5.9%

MTC BUY

  • เป้าหมาย 49.50 / 50.50 แนวรับ 47.00
  • ธปท. ลดดอกเบี้ย: การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินของ MTC ลดลง นอกจากนี้น่าจะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ดีขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพสินทรัพย์ของ MTC ด้วย
  • คุณภาพสินทรัพย์ดีกว่ากลุ่ม: ในขณะที่กลุ่ม FIN ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ระดับ NPL เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ MTC ได้มีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และการติดตามหนี้มาตั้งแต่ปลายปี 66 ทำให้ระดับ NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง 5 ไตรมาสติดต่อกันแล้ว และน่าจะเห็นการลดลงได้อีกใน 4Q67
- Advertisement -