ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE

TSE เปิดงบปี 67 รายได้แตะ 1,228 ลบ. ปี 68 เน้นกลยุทธ์รุกขยายลงทุนโรงไฟฟ้า – สุขภาพ – ความงาม หนุนผลงานเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดผลการดำเนินงานงวดปี 67 มีรายได้ 1,228 ล้านบาท  และ Normalized EBITDA อยู่ที่ 725 ล้านบาท แม่ทัพหญิง “ดร.แคทลีน มาลีนนท์” ระบุปี 68 เดินหน้ากลยุทธ์รุกขยายธุรกิจโรงไฟฟ้า สุขภาพ และความงามตามเมกะเทรนด์ของโลก พร้อมกับบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล มั่นใจฐานะการเงินแข็งแกร่ง ผลักดันผลงานเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า ภาพรวมของผลการดำเนินงวดปี 2567 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567) บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,228 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ จำนวน 1,154 ล้านบาท และมี Normalized EBITDA อยู่ที่ 725 ล้านบาท

โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติอยู่ที่ 152 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้มีประเมินการด้อยค่าเงินลงทุนในการร่วมค้าของโครงการ สยาม โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ 1 (SSE1)  และประเมินการด้อยค่าของสินทรัพย์ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บางโครงการ ส่งผลให้บริษัทรับรู้ขาดทุนในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับปี 2567 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567) เป็นจำนวน 501 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการ one –time transaction ที่เป็นการขาดทุนทางบัญชี ไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและการดำเนินงานตามปกติของบริษัท

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มบริษัทฯ ยังคงสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอจากการดำเนินงานปกติ โดยมีรายได้จากการรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) คงที่ตลอดอายุสัญญา

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนหลักในส่วนของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการควบคุมจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) ที่ลดลง อีกทั้งต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน และไถ่ถอนหุ้นกู้คืนก่อนครบกำหนด

สำหรับแผนลงทุนในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ที่ได้วางเป้าหมายไว้ ทั้งในเรื่องการขยายการลงทุนในธุรกิจหลักกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนต่างๆจากที่ได้คัดเลือก และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การแตกไลน์สู่ธุรกิจด้านสุขภาพและความงามตามเมกะเทรนด์ของโลก โดยมั่นใจว่าด้วยฐานะทางการเงินที่มั่นคงแข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำ ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มอัตรากำไรในธุรกิจให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในปีนี้และปีต่อๆไปเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้มีเหตุการณ์ที่สำคัญในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินการชำระคืนหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2566 มูลค่า 1,200 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยครบเต็มจำนวนตามกำหนดเรียบร้อยแล้ว แสดงให้เห็นถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท และพร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสในการลงทุนโครงการต่างๆทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

“จากพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทฯมีความพร้อมสำหรับการลงทุนในกลุ่มธุรกิจหลัก คือ กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สามารถสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอจากอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่คงที่ตลอดอายุสัญญา (Recuring Income) ล่าสุดกลุ่มบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในรูปแบบของกิจการร่วมค้า (Joint Venture) และการลงทุนในกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้ารูปแบบ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) และการลงทุนในรูปแบบใหม่ๆ เช่น Direct PPA และ ESCO Model (PPA) ซึ่งเป็นการขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนแบบครบวงจร รวมถึงเดินหน้ารุกขยายสายธุรกิจใหม่ด้าน Healthcare, ธุรกิจเสริมความงาม, Wellness และธุรกิจด้านเภสัชกรรม รวมถึงแตกไลย์ธุรกิจโครงการใหม่ๆ เช่น ศูนย์โรคเฉพาะทาง โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าและชัดเจนภายในปีนี้ เพื่อเป็นการเปิดช่องทางในการสร้างรายได้ใหม่ๆ (New S-Curve) เพิ่มเติมตามเป้าหมายที่กลุ่มบริษัทตั้งเป้าที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น” ดร.แคทลีน กล่าว

อนึ่ง ปัจจุบัน TSE มีโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด 62 โครงการ มีกำลังการผลิตเสนอขายรวม 382.26 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 34 โครงการ และโครงการที่ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) หรือที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกกว่า 28 โครงการ

- Advertisement -