ซินเน็คฯ โชว์นิวไฮ! ปี 67 กำไรโต 22% ทำรายได้ทะลุเป้าพุ่ง 41,904 ล้านบาท ปี 68 พร้อมเดินหน้ารับเทรนด์เทคโนโลยีการเติบโตของ AI – จ่ายปันผล 0.34 บาท/หุ้น

บมจ.ซินเน็คฯ (ประเทศไทย) (SYNEX) โชว์ผลงานแกร่ง กำไรโต 22% รายได้ทะลุเป้า41,904 ล้านบาท ทำนิวไฮใหม่ สร้างการเติบโตได้สูงสุดในประวัติการณ์ จากกลยุทธ์เชิงรุกและเทรนด์เทคโนโลยี ชู ไฮไลท์จากกลุ่มคอมมูนิเคชันโตเด่น จากแรงหนุน AI กระตุ้นกำลังซื้อ รวมถึงกลุ่มสมาร์ทวอช ที่เติบโตอย่างมาก ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ พร้อมมองเป้าปี 68 พุ่งทะยานต่อเนื่อง ทั้งนี้บอร์ดมีมติจ่ายปันผล 0.34 บาท/หุ้น

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ดิสทริบิวเตอร์ผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเต็ม โชว์ฟอร์มแกร่ง เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2567 ทำนิวไฮ ทะลุเป้าที่วางไว้ กวาดรายได้จากการขายและบริการสูงถึง 41,904 ​ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,371 ล้านบาท หรือ 14.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยกลยุทธ์ซินเน็คฯ เดินเกมเชิงรุกอย่างเข้มข้นในหลายด้าน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับรายได้และกำไร แม้เผชิญผลกระทบในด้านกำลังซื้อและการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงความล่าช้าในการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ แต่ในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ประกอบกับการบริหารงานที่มีศักยภาพ ทำให้ซินเน็คฯ สร้างการเติบโตได้สูงสุดในประวัติการณ์

โดยบริษัท มีกำไรขั้นต้น 1,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 223 ล้านบาท หรือ 15.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเติบโตตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น แม้สัดส่วนของกลุ่มสินค้าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี บวกกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 627 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115 ​ล้านบาท หรือ 22.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งการเติบโตที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ไฮไลท์มาจาก กลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple และ สมาร์ทโฟน รับแรงหนุนเทคโนโลยี AI ที่เข้ามากระตุ้นการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้บริโภค ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ล (Apple) มีการเติบโตถึง 26% รวมถึงสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสาร จากแบรนด์อื่นๆ เช่น Samsung, Huawei และ Honor ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 96% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะนาฬิกาอัจฉริยะ(Smart watch) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก และคาดว่าปีนี้ยังเติบโตและมีกระแสตอบรับดีจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของกลุ่มคอมเมอร์เชียล เติบโต 10% จากการลงทุนในโซลูชั่นด้านเทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) และ จอแสดงผล LED ที่มีความต้องการสูงขึ้นจากองค์กรที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบความปลอดภัย เช่นเดียวกับกลุ่มเอนเตอร์ไพรส์แอนด์โซลูชั่น ที่เติบโต 8% ได้รับแรงผลักดันจากผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ชั้นนำ เช่น Autodesk และโซลูชั่นระบบคลาวด์และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ซินเน็คฯ ได้ปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ และขยายกลุ่มสินค้าใหม่เพื่อรองรับการเติบโตที่เป็นโอกาสมากขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ดี แม้ปัจจัยในด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว ส่งผลให้กลุ่มคอนซูเมอร์ ลดลง 6% แต่ซินเน็คฯ ยังบริหารพอร์ตสินค้าได้ดี ทำให้สัดส่วนที่ลดลงยังน้อยกว่าภาพรวมของตลาดที่ลดลง 9% แต่คาดว่าปี 2568 นี้ จะเห็นการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญจากการนำ AI เข้ามาใช้ในกลุ่ม Notebook และ PC รวมถึง การเปิดตัว Windows 12 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ จะกระตุ้นกำลังซื้อได้มากขึ้น

ด้านกลุ่ม Gaming & Gadget ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยไฮไลท์หลักจากกลุ่มGadget ที่เติบโตสูงถึง 85% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆในกลุ่มโดรนและกล้องถ่ายรูป ทั้งนี้กลุ่ม Gaming ลดลง เนื่องจากยอดขายของ Nintendo เป็นหลัก ที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อจากข่าวเปิดตัว Nintendo Switch 2 รุ่นใหม่ ในต้นปี 2568 อย่างไรก็ตามซินเน็คฯ ได้รับสิทธิ์เป็นดิสทริบิวเตอร์รายเดียวของ Nintendo และสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกอบกับการเปิดตัวร้าน Nintendo Authorized Store by Synnex ณ ศูนย์การค้าพารากอนร่วมกับพันธมิตร ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจจากกลุ่มเกมเมอร์อย่างมาก เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขยายตลาดเกมและอุปกรณ์เสริมที่มีกำไรขั้นต้น (GP) สูง ช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างโอกาสใหม่ๆให้กับบริษัทมากขึ้น

นอกจากนี้ ซินเน็คฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งมั่นบริหารงานภายใต้กรอบแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance)  ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลที่ดี ที่จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจส่งผลเชิงบวกในระยะยาว และสนับสนุนให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน สะท้อนได้จาก รางวัลและการยอมรับที่การันตีในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้แก่ SET ESG Ratings ได้รับการประเมินต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และติดอันดับบริษัทหุ้นยั่งยืน ระดับ AA รวมทั้ง CGR ประจำปี 2567 ในระดับ “ดีเลิศ (Excellent)” หรือ 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลการประเมินในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย สะท้อนถึงมาตรฐานสูงสุดในการบริหารงานอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ยังได้รับ AGM Check List ระดับ 4 ดาว ประจำปี 2567 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association: TIA) เกียรติบัตรจากโครงการ ESG DNA ประจำปี 2567 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความรู้ด้านความยั่งยืนภายในองค์กร และติดอันดับ Southeast Asia 500 ประจำปี 2567 โดยนิตยสาร Fortune ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้ง ได้รับการจัดอันดับที่ 51 ในประเทศไทย และ อันดับที่ 262ในภูมิภาค สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

“ซินเน็คฯ พร้อมเดินหน้าสร้างผลงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ย้ำความแข็งแกร่งจากการเป็น No.1 IT Ecosystem สะท้อนจากความสำเร็จ ที่เราสามารถทำนิวไฮ พิชิตเป้า 40,000 ล้านบาทที่ตั้งไว้ได้ และจากกลยุทธ์การบริหารงานที่มีศักยภาพและปัจจัยบวกที่เป็นโอกาสต่างๆ ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า ในปี 2568 ซินเน็คฯ น่าจะทำรายได้เติบโตกว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าเติบโตอยู่ที่ 10%” นางสาวสุธิดา กล่าวเสริม

ทั้งนี้ บริษัทฯ​ มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลจากผลประกอบการประจำปี 2567 งวดดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2567  ให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.34 บาท/หุ้น รวม 288.10 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 และกำหนดการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ซึ่งต้องรออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 เมษายน 2568 นี้

- Advertisement -