CMAN รายได้ทะลุ 3.8 พันล้านบาท กำไรพุ่ง 84.9% เสนอปันผล 0.12 บาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

CMAN โชว์รายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.8 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 252 ล้านบาท บริหารจัดการต้นทุนการเงินเจ๋ง เดินหน้าขยายตลาดและลงทุนเพื่อความยั่งยืนทุกมิติ เสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติปันผล 0.12 บาท พร้อมจ่าย 21 พฤษภาคมนี้

หม่อมหลวงจันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) (CMAN) ผู้ผลิตปูนไลม์ระดับโลก ภายใต้แบรนด์ ‘CHEMEMAN’ เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2567ทำรายได้สูงสุดที่ 3,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.2% มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย  และรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) อยู่ที่ 1,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.6% กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.9% แต่หากไม่นับรวมผลกระทบจากรายการที่ไม่ใช่เงินสดและรายการพิเศษ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น จะเท่ากับ 395 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 10.3% จึงเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.12 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 48% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวม

ราคาขายเฉลี่ยของปูนไลม์สูงขึ้น ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายแร่หินปูนเคมีเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารต้นทุนพลังงานและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ถึงแม้บริษัทมีผลขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน 129 ล้านบาท อันเกิดจากเงินกู้ระหว่างกันกับบริษัทย่อยที่เวียดนามและออสเตรเลีย แต่ความเสี่ยงดังกล่าวจะลดลงในอนาคต เนื่องจากบริษัทย่อยในออสเตรเลียสามารถจัดหาเงินกู้ในประเทศและชำระคืนเงินกู้ให้กับบริษัทแม่ได้สำเร็จ

หม่อมหลวงจันทรจุฑา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนงานปีนี้ บริษัทได้พัฒนาเตาเผาปูนไลม์ที่โรงงานพระพุทธบาทให้สามารถใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายชนิด ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือก เพิ่มกำลังการผลิต และผลักดันยอดขาย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโตของ CMAN โดยมีกำหนดเปิดใช้งานในไตรมาสที่ 2  นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่องและลงทุนในประเทศเป้าหมาย โดยเร่งการก่อสร้างโรงงานผลิตปูนไลม์แห่งแรกในเมืองคิมซ่าร์ ประเทศอินเดีย ซึ่งตั้งเป้าเปิดดำเนินการภายในปี 2570  ขณะเดียวกันสนับสนุนให้บริษัทย่อยที่เวียดนามจัดหาเงินกู้ในประเทศให้สำเร็จ เพื่อลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นผลักดันโครงการด้านความยั่งยืนในทุกมิติ อาทิ เพิ่มการลงทุนในโครงการไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์  รถยนต์ไฟฟ้า การใช้พลังงานชีวมวล การนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายที่บริษัทวางไว้

- Advertisement -