บล.ดาโอ (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 25/03/68
SET Outlook & Strategy
SET Outlook
• คาดดัชนีฯ มีแนวโน้ม ปรับตัวสูงขึ้น หากกลับไปยืนเหนือ 1190 จุด ได้ จะดี
• ตลาดหุ้นไทยจะยังคงแกว่งกรอบแคบๆ น่าจะมี rebound ตามตลาดสหรัฐฯ นักลงทุนบางส่วน จะรอดูการอภิปรายนายกฯ (24-26) และมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ที่จะประกาศราวสัปดาห์หน้า ภาวะสงครามตะวันออกกลาง ยังต้องให้ความสนใจ นอกจากนี้ควรระวังแรงขายกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน จากแรงกดดันนโยบายของรัฐบาล
• ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าจะประกาศใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ตามที่วางแผนไว้ในวันที่ 2 เม.ย. อย่างไรก็ดี สื่อหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในคณะบริหารของปธน.ทรัมป์ว่า ภาษีศุลกากรซึ่งจะเรียกเก็บเป็นรายภาคอุตสาหกรรม เช่น ภาษีนำเข้ารถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์นั้น มีแนวโน้มว่าจะยังไม่ประกาศใช้ในวันดังกล่าว และคณะบริหารของปธน.ทรัมป์อาจจะการยกเว้นภาษีสำหรับบางประเทศ …… ข่าวนี้บวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และที่อื่นๆ แต่ราคาน้ำมันดิบ อาจได้รับผลจากการที่สหรัฐฯ จะเรียกภาษี 25% สำหรับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากประเทศเวเนซูเอล่า
• การอภิปรายนายกฯ ในช่วง 24-26 มี.ค. เป็นอีกปัจจัยที่สร้างแรงกดดันบรรยากาศของตลาดเช่นกัน นักลงทุนส่วนใหญ่รอผ่านช่วงวันภิปรายไปก่อนเนื่องจากกังวลข่าวระหว่างวัน …. ตลาดให้ค่อนข้างความสนใจในประเด็น “การถูกชี้นำจากบุคคลในครอบครัว” แต่คาดไม่กระทบตลาดมาก หากเปรียบเทียบจำนวนเสียงฝ่ายรัฐบาล(318) และฝ่ายค้าน(166)
• สงครามตะวันออกลางรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังการเจารจาหยุดยิงยังไม่เป็นผลสำเร็จ อิสราเอลกลับมาโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซ่าอีกครั้ง ด้านฮามาสก็ขู่จะสังหารตัวประกันเช่นกัน รอดูความคืบหน้าการเจรจาหยุดยิงต่อไป…. ความรุนแรงของสงครามตะวันออกกลางกลับมากดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง คาดกดดันหุ้นน้ำมัน ปิโตรเคมี และทิศทางเงินเฟ้อ
• ในช่วงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ให้ระมัดระวังแรงขายในกลุ่มหุ้นธนาคารและสถาบันการเงิน มีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนจะกังวลมาตรการรัฐบาลจะมาเป็นตัวกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรของหุ้นกลุ่มนี้
• คปภ. และสภาผู้บริโภค ร่วมทบทวนมาตรการ Copayment มุ่งสร้างความเป็นธรรมด้านประกันภัยสุขภาพ ย้ำต้องไม่กระทบผู้บริโภค เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน….. ข่าวนี้ มีผลต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะ BH, BDMS
• คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเงิน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ลง 1 บาท/ลิตร โดยปรับลด 2 ระยะครั้งละ 50 สตางค์ ครั้งแรก 28 มี.ค. และครั้ง 2 วันที่ 4 เม.ย. 2568 ….. ข่าวนี้ บวกต่อหุ้นสถานีบริการน้ำมัน OR, PTG และ BCP
• Event วันนี้ : อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ, ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
Technical : BCH, KAMART News Comment
( 0 ) Energy (Neutral) กบน. ประกาศลดเงินเข้ากองทุนน้ำมัน Bt1.0/litre สำหรับเบนซินและดีเซล
Company Report
( + ) OR (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/เป้า 12.50 บาท) ค่าการตลาดกลับมาอยู่ในทิศทางฟื้นตัว; ปัจจัยกดดันน้อยลง
Strategy
• ดัชนีฯ กลับมาแตะ 1190 จุด พร้อมกับความไม่แน่ใจของนักลงทุน ราคาจึงผันผวน และสลับตัวเล่น โดยมีหุ้นหลักๆ คือกลุ่ม PTT บางตัวประคองตลาดไว้ ….. กลยุทธ์ ไม่เปลี่ยนแปลง เรายังแนะนำทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานดี หรือเลือกเก็งกำไรรอบสั้นๆ ตามข่าวรายวัน
• แม้เราจะมองว่า รัฐบาลกำลังทยอยเข็นมาตรการเศรษฐกิจ ที่น่าจะค่อยๆทำให้ตลาดดีขึ้น แต่นักลงทุนบางส่วนยังเน้นเล่นรอบสั้นๆ เราเล็งหุ้นเก็งสั้นๆ ไว้ คือ PTT*, KTB และ TRUE*
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ PTT*, CRC เข้ามา เข้าคงหุ้นเดิมไว้ทั้งหมด หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTT*(10%), CRC(10%), WHA*(10%), SCB(10%), TTB(10%)
Technical : CBG, CHASE