KS Daily View 02.04.2025 >> จับตา Reciprocal tariffs คืนนี้ สหรัฐฯ เก็บไทย 25% หรือ 10% คาด SET วันนี้ 1,155-1,180 หุ้นแนะนำ PTT และ CPALL
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.38% และNasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.87% จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Magnificent 7 แม้ว่า Dow Jones จะลดลง 0.03% จากแรงกดดันของหุ้นกลุ่ม Healthcare หลัง Robert F. Kennedy Jr. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายราย รวมถึงผู้ที่ดูแลด้านการอนุมัติยา ขณะที่ความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าที่ทรัมป์จะประกาศในวันพรุ่งนี้ยังคงสร้างความผันผวนในตลาดร่วมกับรายงานเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เช่น ดัชนี ISM Manufacturing ที่ลดลงสู่ระดับ 49.0 ต่ำกว่าคาดที่ 49.5 สะท้อนถึงการหดตัวของภาคการผลิต ขณะที่ดัชนี ISM Prices Paid เพิ่มขึ้นแตะ 69.4 สูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตัวเลข JOLTS Job Openings ลดลง 194,000 ตำแหน่ง เหลือ 7.568 ล้านตำแหน่ง สะท้อนถึงความอ่อนแอในตลาดแรงงาน
ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,168.02 จุด ปรับตัวขึ้นราว 10 จุด (+0.86%) มูลค่าการซื้อขาย 2.6 หมื่นล้านบาท หนุนโดยหุ้นในกลุ่ม ICT, พลังงาน และธนาคาร ปัจจัยบวกสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว ในขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องการปรับลดค่าไฟ ประเมินวันนี้ SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,155 – 1,180 รอผลของ Reciprocal tariffs ที่จะประกาศในคืนนี้เวลา 3.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งหากปรับขึ้นไม่เกิน 10% ตลาดอาจตอบรับเชิงลบไม่มาก แต่หากสูงถึง 25% หรือมากกว่า จะส่งผลกระทบเชิงลบ หุ้นแนะนำวันนี้ PTT, CPALL
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
1. กิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐฯ หดตัวในเดือนมีนาคมเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยดัชนี ISM ลดลง 1.3 จุดเหลือ 49 ขณะที่ราคาเร่งตัวขึ้นอย่างมากเป็นเดือนที่สองเนื่องจากผลกระทบจากการขึ้นภาษี ดัชนีคำสั่งซื้อโรงงานลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2023 การผลิตหดตัวเป็นครั้งแรกในปีนี้ และการจ้างงานในภาคการผลิตหดตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน เจ็ดอุตสาหกรรมหดตัวในเดือนมีนาคม นำโดยผลิตภัณฑ์ไม้ กระดาษ พลาสติกและยาง และเฟอร์นิเจอร์ บริษัทบางแห่งชะลอแผนการลงทุนเนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับรายละเอียดการบังคับใช้ภาษีเพิ่มเติม
2. ตำแหน่งงานเปิดรับในสหรัฐฯ (JOLTs) ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์เหลือ 7.57 ล้านตำแหน่ง จาก 7.76 ล้านตำแหน่งในเดือนมกราคม ขณะที่การเลิกจ้างยังคงอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนตลาดแรงงานที่ค่อยๆ ชะลอตัว การลดลงของตำแหน่งงานว่างมาจากภาคค้าปลีก การเงิน และที่พักและร้านอาหาร ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้บริษัทชะลอแผนการลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราการลาออกอยู่ที่ 2% ลดลงจากระดับสูงสุด 3% ในปี 2022 เนื่องจากคนงานพยายามรักษางานไว้ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ
3. ครม. อนุมัติให้ลดค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พฤษภาคม-สิงหาคม 2568) ลงเหลือไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่ กกพ. มีมติให้เก็บที่ 4.15 บาทต่อหน่วย โดยไม่ใช้งบอุดหนุนจากรัฐ พร้อมสั่งให้ กฟผ. กกพ. และคณะกรรมการ กฟผ. แก้ไขสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ทำให้รัฐเสียเปรียบ รวมถึงศึกษาแนวทางปรับโครงสร้างระบบ Pool Gas เพื่อลดราคาก๊าซที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ให้ทันการประกาศราคาค่าไฟรอบกันยายน-ธันวาคม 2568
4. ครม. รับทราบแนวทางดำเนินโครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” โดยจะนำร่อง 4 โครงการบนพื้นที่ของการรถไฟฯ ได้แก่ พื้นที่โครงการ กม.11 กรุงเทพฯ, พื้นที่รอบสถานีรถไฟธนบุรี, สถานีรถไฟเชียงใหม่ และสถานีรถไฟเชียงราก จ.ปทุมธานี เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยราคาประหยัดใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยประชาชนจะได้สิทธิเช่า 30 ปี และต่ออายุได้อีก 30 ปี พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
5. กระทรวงการคลังกำลังเร่งออกมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว โดยจะผลักดันมาตรการคู่ขนานทั้งการปรับเกณฑ์ LTV และลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง คาดเสนอ ครม.ก่อนสงกรานต์ พร้อมยอมรับว่าแผ่นดินไหวกระทบเศรษฐกิจในระยะสั้นโดยเฉพาะความเชื่อมั่นในภาคอสังหาฯ และการท่องเที่ยว แต่เชื่อว่าไม่กระทบเป้า GDP ปีนี้ที่ 3% โดยรัฐบาลได้เตรียมมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท
Daily pick
PTT: ราคาพื้นฐานที่ 35.80 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PTT ในแง่ของ defensive play จากการเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 16,000 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 470 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 1.65 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 23 กันยายน 2568 เรามองเป็นบวกจากการซื้อหุ้นคืนที่จะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) รวมถึงเป็นการบริหารเงินทุนส่วนเกินด้วย โดยปัจจุบัน PTT มีการซื้อขายที่ระดับP/E ปี 2568 ประมาณ 9 เท่า และมีอัตราเงินปันผลประมาณ 6.6%
CPALL: ราคาพื้นฐาน 78.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CPALL จากแนวทาง SSSG ปี 2568 ที่สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจบวกอัตราเงินเฟ้อ หรือประมาณ 3-5% โดยใน 2 เดือนแรกของปี 2568 CPALL สามารถแสดงการเติบโตของ SSSG ที่ระดับ 3.5% และตั้งเป้าการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ 10-20bps จากการสอบถามผู้บริหารล่าสุดคาดว่าในไตรมาส 1 ปี 2568 จะสามารถปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จากการลดการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ เช่น บุหรี่ และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จาก synergy ของ CPAXT มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เป็นหลัก จากทั้งการใช้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงและการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของทั้ง Makro และ Lotus ในปี 2568 นี้
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพุธ ติดตามรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ภาคการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ประกาศโดย Automatic Data Processing (ADP Non-Farm Employment Change)เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.18 แสนตำแหน่งชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.77 แสนตำแหน่ง ต่อด้วยยอดสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน (US Factory Orders) ในสหรัฐ เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.5% MoM ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ +1.7% MoM
- วันพฤหัสฯ ติดตามตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีน (Caixin Services PMI) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 51.6 จุดปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 51.4 จุด ต่อด้วยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (ISM Services PMI) ) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 53.2 จุดปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 53.5 จุด
- วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (TH inflation) เดือน มี.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +1.08% YoY และเงินเฟ้อไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (TH Core CPI) เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +0.99% YoY ต่อด้วยการรายงานเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐ ภาคจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls)เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.20 แสนตำแหน่งชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 1.51 แสนตำแหน่ง ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน มี.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.2% เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.1%