PSP ปิดดีลทุ่ม 409.5 ลบ. ถือหุ้นใน รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง (RE) ปักหมุดธุรกิจสู่ศูนย์กลางรีไซเคิลสารเคมีแห่งภูมิภาค พลิกเกมอุตสาหกรรม

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่นครบวงจร ชูกลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ความยั่งยืน เร่งขับเคลื่อน Circular Economy และ Green Chemical ด้วยการเข้าถือหุ้น 65% ใน รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง (RE) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลสารเคมี ปิดดีลมูลค่ากว่า 409.5 ล้านบาท ตอกย้ำกลยุทธ์ขยายธุรกิจสีเขียวแบบครบวงจร พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีรีไซเคิล พลิก “ของเสีย” เพิ่มมูลค่า ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านนวัตกรรมการรีไซเคิลที่ทันสมัย เสริมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล นับเป็นการรวมจุดแข็งของทั้งสองบริษัท ในด้านการขยายฐานลูกค้าจากเครือข่ายลูกค้าปัจจุบันของ PSP และ RE นอกจากนี้ PSP ยังจะได้ต่อยอดองค์ความรู้เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายความยั่งยืน ขณะที่ RE ได้ประโยชน์ด้านมาตรฐานการผลิตแลการบริหารจัดการ นอกเหนือจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของทั้งสองบริษัท สู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตลอดจนตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต Net Zero และความยั่งยืน ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางรีไซเคิลแห่งภูมิภาค

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เปิดเผยว่า บริษัทฯเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจสีเขียว มุ่งสู่ความยั่งยืนภายใต้แนวคิด Circular Economy และ Green Chemical ล่าสุดบริษัทฯ ได้ดำเนินการชำระหุ้นมูลค่า 409.5 ล้านบาท เพื่อเข้าไปลงทุนในสัดส่วน 65%      ใน บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลสารเคมี หลักจากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2565 และได้มีการลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นเมื่อ 12กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา การเข้าถือหุ้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ของ PSP ในการขยายธุรกิจสู่ภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่ทุกองค์กรทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ นอกจากนี้ การลงทุนดังกล่าวยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลสารเคมีของไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการรีไซเคิลที่สามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรม และสนับสนุนเป้าหมายการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

“การเข้าถือหุ้น RE ในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของ PSP ในหลายด้าน โดยเฉพาะในการบริหารจัดการของเสียและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน ของ      Mega Trend ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั่วโลก ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หล่อลื่นครบวงจร PSP มีฐานลูกค้าจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายความยั่งยืน และกำลังมองหาโซลูชันที่สามารถช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต ดีลครั้งนี้จะทำให้ PSP สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบวงจร โดยสามารถนำเสนอบริการด้านรีไซเคิลให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการลดของเสีย พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการใช้ Carbon Credit ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับทั้ง PSP และ RE ในอนาคต” นายเสกสรรกล่าว

ในด้านการบริหารหลังจากการเข้าถือหุ้น RE จากนี้ PSP มีแผนปรับการบริหารงานของ RE ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยเน้นให้การดำเนินงานของ RE สอดรับกับแนวทางของ PSP ทั้งในแง่ของมาตรฐานคุณภาพ เทคโนโลยีการผลิต และการขยายตลาด โดย PSP จะนำความเชี่ยวชาญต่างๆ ที่มีอยู่มาใช้เพื่อช่วยขยายฐานลูกค้าของ RE ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการลงทุนในครั้งนี้ นอกจากนี้ การผสานเทคโนโลยีและมาตรฐานคุณภาพของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกันจะช่วยให้ RE สามารถพัฒนานวัตกรรมด้านรีไซเคิลที่ตอบโจทย์ตลาดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  นายเสกสรรกล่าวเสริม

ด้านนางสาวปิยะธิดา มหัทธนารักษ์ กรรมการ รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง (RE) กล่าวว่า การเข้ามาถือหุ้นของ PSP ไม่เพียงช่วยให้บริษัทขยายฐานธุรกิจ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ RE อีกด้วย การที่ PSP เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะช่วยให้ RE สามารถเข้าถึงทรัพยากรสำคัญที่จำเป็นต่อการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายลูกค้าขนาดใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม มาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมไปถึงระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ RE เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง และช่วยให้บริษัทมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งของ PSP ในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ RE ทำให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

PSP และ RE ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยมีแผนส่งเสริมให้พนักงานได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางด้านความยั่งยืน เช่น Carbon Credit และเทคโนโลยีการรีไซเคิลที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถนำความรู้เหล่านี้ไปต่อยอดในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ PSP และ RE สามารถเติบโตไปด้วยกัน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการปูทางให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมรีไซเคิลแห่งภูมิภาค สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกที่มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

- Advertisement -