กูรูหุ้นเชียร์ “ซื้อ” PCE เคาะเป้าราคาสูงสุด 4.20 บ./หุ้น แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบยืนสูง-ความต้องการจีน-อินเดีย-ยุโรปเพิ่ม ประเมินกำไรสุทธิปี68 แตะ703 ลบ. เพิ่มขึ้น 12% 

โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” หุ้น PCE  เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 4.20 บาท/หุ้น หลังโชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/67 สุดสวย กำไรพุ่ง 98% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกรวมทั้งแนวโน้มดีต่อเนื่อง รับอานิสงส์ค่าเงินบาทแข็งค่ามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ประเมินผลงานปี 68 เติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิ 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มจากจีน อินเดีย และทวีปยุโรปมากขึ้น 

บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน) (AIRA) เผยแพร่บทวิเคราะห์ แนะนำซื้อหุ้น บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) โดยระบุว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 เติบโตโดดเด่นจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มสูงขึ้น ตามการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก โดย PCE มีกำไรสุทธิ 228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 98% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน

ปัจจัยหลักมาจากกำไรขั้นต้นในช่วงไตรมาส 4/2567 ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.8% จาก 4% ในไตรมาส 3/2567 จากราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่น้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ ในขณะที่ช่วงไตรมาส 4/2567 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 17 ล้านบาท รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มดิบของไทยในปี 2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 35.51 บาท/ก.ก. เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อน ส่งผลบวกต่อธุรกิจของบริษัทในภาพรวม

พร้อมกันนี้ คาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในช่วงไตรมาส 1/2568 จะยังอยู่ในระดับสูง ผลจากภาวะแล้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกมาน้อยกว่าปกติ ล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มดิบตลาดไทยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 44-49 บาท/ก.ก. เพิ่มขึ้นจาก 35.51 บาท/ก.ก.ในปีก่อน ส่งผลดีต่อ PCE โดยตรง โดยคาดว่าสถานการณ์ผลผลิตปาล์มที่ออกมาน้อยจะเริ่มคลี่คลายในช่วงไตรมาส 2/2568 หลังจากเริ่มเข้าสู่ภาวะลานีญา จะทำให้มีฝนตกมากขึ้นในภาคใต้ของไทย

สำหรับแนวโน้มการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตดี จากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มทั้งจากจีน อินเดีย และทวีปยุโรป ขณะที่ภาพรวมการใช้น้ำมันปาล์มในไทยปี 2567 แบ่งเป็นใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน ส่งออก ในสัดส่วน 43%, 31% และ 26% ตามลำดับ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อ PCE ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ของไทย โดยโอกาสเติบโตในอนาคตจะมาจากทั้งการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้นทั้ง CPO และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งมีมาร์จิ้นสูง ทั้งที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตและอาหาร ตลอดจนความร่วมมือกับ บางจาก ในการขาย B100 และน้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้วสำหรับโครงการเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) ทั้งนี้ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2568 เท่ากับ 4.20 บาท (P/E = 16 เท่า) และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า PCE ในปี 2567 มีกำไรสุทธิ 625 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 101% จากปีก่อน โดย 1.มีรายได้รวม 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%, 2.อัตรากำไรขั้นต้น 4.7% และ 3.ต้นทุนการเงินลดลงจากการปรับโครงสร้างเงินทุน และบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 0.15 บาท/หุ้น คิดเป็นยิลด์ 4.6% กำหนดขึ้น XD วันที่ 29 เมษายน และจ่ายเงินวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 โดยเงินปันผลดังกล่าวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ คิดเป็นการจ่ายเงินปันผล 66% (vs Payout Policy ที่ 30% และสมมติฐานของ บล.หยวนต้า ที่ 40%)

สำหรับแนวโน้มปี 2568 คาดว่า PCE จะเติบโตต่อเนื่อง จากแรงหนุนอุปสงค์ตลาดโลกในระดับสูงเพราะอินโดนีเซียเริ่มใช้อัตราผสมน้ำมันดีเซล B40 อย่างเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2568, รับรู้ปริมาณขายภายใต้สัญญาฉบับใหม่ และผลิตภัณฑ์ใหม่เต็มปี ทั้งนี้ ได้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ไว้ที่ 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน

ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 19% ถือว่าสะท้อนปัจจัยบวกจากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งไปบางส่วนแล้ว จึงคงคำแนะนำเก็งกำไร (TRADING) ให้ราคาเหมาะสม 3.60 บาท

- Advertisement -