KSS Daily Strategy :

คาด SET วันนี้ “Down” ต้าน 1177/1185 จุด รับ 1155/1130 จุด ประเด็นสำคัญวันนี้ 

1.) ตลาดอยู่ในภาวะ Risk-off เงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำ +0.67% ทำ All time high พันธบัตร US Bond Yield 10 ปีดิ่ง -13 bps สู่ 4.06% ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกสูงขึ้น หลังการใช้มาตรการภาษีเท่าเทียมสหรัฐเลวร้ายกว่าคาด Trump ใช้กรอบภาษีตอบโต้ระดับสูง 15 ประเทศหลักที่เป็นเป้าหลักโดนเก็บ 10%-49% (เฉลี่ยอยู่ที่ 30.4%) ไทยอยู่ในกลุ่มที่โดนเก็บโซนสูง 36% เป็นรองเฉพาะจีน 54% (ภาษีเดิมที่โดนเก็บเดิม+ภาษีเท่าเทียม) กัมพูชา 49%  เวียดนาม 46% และบังกลาเทศ 37% กระทบไทยที่ส่งออกคิดเป็น 55% ของ GDP ขณะที่ส่งออกไปสหรัฐฯราว 16% ของส่งออกรวม เป็นลบหุ้นอิงความต้องการภายนอก อาทิ กลุ่มเกษตร อาหาร ชิ้นส่วน และ ยานยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ส่งออกไปสหรัฐฯ อาทิ ITC AAI PLUS TU ASIAN  และน่าจะกดดัน SET วันนี้ 

2.) ความเสี่ยงตลาดหุ้นสหรัฐฯเศรษฐกิจที่จะสูงขึ้นมีนัยฯ อิง 15 ประเทศที่สหรัฐปรับเพิ่มภาษีเท่าเทียมมากสุด สหรัฐมียอดนำเข้าสินค้ามากถึง 75% ของนำเข้ารวม คาดมีโอกาสจะเห็นการเจรจาต่อรองระยะถัดไป 

กลยุทธ์ ตลาดอยู่ในช่วงหาฐานปรับฐาน -1.5%-3% เน้น Domestic  ค้าปลีก ร.พ. สื่อสาร และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงในประเทศ  

วันนี้แนะ BDMS

KSS Global Macro Breaking: โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐานที่อัตรา 10% ต่อทุกประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน โดยจะมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตราที่สูงขึ้นไปกับหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย สหภาพยุโรป รวมถึงไทย และจะเริ่มมีผลในวันที่ 9 เมษายน โดยเฉพาะสินค้าจากจีน ภาษีสหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นรวมถึง 54% ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้งนี้ แคนาดาและเม็กซิโก ได้รับการยกเว้นชั่วคราว แต่อาจยังต้องเผชิญกับภาษี 25% จากประเด็นเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการอพยพผิดกฎหมาย และภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม จะยังไม่ถูกเก็บ 

ภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ กับแต่ละประเทศ (US Reciprocal Tariffs):

– เวียดนาม: 46%

– ไทย: 36%

– จีน: 34%

– อินโดนีเซีย: 32%

– อินเดีย: 26%

– เกาหลีใต้: 25%

– ญี่ปุ่น: 24%

– สหภาพยุโรป (EU): 20%

Technical Focus ;

คาดการณ์แนวโน้ม SET INDEX วันนี้ :  “ระวังผันผวน แนวต้านยังจำกัด 1,177/1,185 แนวรับวางไว้ 1,165/1,155” ทั้งนี้แท่งเทียนยังคงปิดบวกในลักษณะของ SPINNING TOP เหนือ EMA 5 วัน แต่ยังแกว่งตัวขึ้นไม่ผ่าน EMA 10 วัน สำหรับเครื่องมือทางด้านเทคนิคส่วนใหญ่มีสัญญาณแกว่งตัวออกข้าง ทั้ง MODIFIED STOCHASTIC, RSI ส่วน MACD มีสัญญาณ POSITIVE DIVERGENCE ในขณะที่ VOLUME ยังค่อนข้างหดตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างจำกัด จึงให้น้ำหนักดัชนีอยู่ในด้านระมัดระวังความผันผวนและมีแนวต้านจำกัด 1,177 / 1,185 (EMA 10 D / PRIOR HIGH) โดยวางแนวรับไว้ที่บริเวณ 1,165 / 1,155 (PRIOR LOW)

คำแนะนำ : 

1.) นักลงทุนระยะสั้น เน้นพิจารณาย่อซื้อเป็นหลัก

2.) นักลงทุนระยะกลางถึงยาวแนะนำค่อยๆพิจารณาทยอยสะสมตามแนวรับ

เก็งกำไร

  • BDMS เป้าหมาย 22.90 / 23.50  แนวรับ 22.20 จุดตัดขาดทุน 22.00
  • OR เป้าหมาย 12.90 / 13.60  แนวรับ 12.00 จุดตัดขาดทุน 11.70
  • CBG เป้าหมาย  63.00 / 65.00  แนวรับ 60.00 จุดตัดขาดทุน 59.00
  • JMT เป้าหมาย 13.90 / 14.50  แนวรับ 12.80 จุดตัดขาดทุน 12.50

KSS Commodities Update – 03-เม.ย.-25

  • น้ำมันดิบ Brent +0.62%DoD ปิดที่ USD 74.95/barrel
  • น้ำมันดิบ West Texas  +0.72%DoD ปิดที่ USD 71.71/barrel
  • ถ่านหินล่วงหน้า Newcastle -2.53%DoD ปิดที่ USD 111.5/ตัน
  • ก๊าซธรรมชาติ NYMEX +2.63%DoD ปิดที่ USD4.055/MMBtu
  • น้ำตาล   +1.24%DoD ปิดที่ 19.59Cent/lb 
  • ถั่วเหลือง  -0.46%DoD ปิดที่ 1029.5 Cent/bu
  • น้ำมันปาล์ม  +1.68%DoDปิดที่ 4842Myr/mt
  • ยาง TOCOM  +0.29%DoD ปิดที่ 345JPY/kg
  • เหล็กเส้น  +0.22%DoD ปิดที่ 446 CNY/MT
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ไม่มีรายงาน ล่าสุดปิดที่ 1587 จุด
  • ราคาทองคำ +0.67% ปิดที่ 3134.17 USD/Oz
  • ราคาบิทคอย +0.48% ปิดที่ 85653.54 USD
- Advertisement -