Daily Focus: เลขที่ออก “36%”
2025 SET Target: 1390
ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index แกว่งตัว Sideways ตามคาด โดยระหว่างวันมีจังหวะดีดตัวขึ้นพอสมควร ทดสอบระดับ 1,175+- จุด ก่อนที่จะชะลอตัวลงเล็กน้อยและปิดบวก 4.0 จุด ที่ระดับ 1,172.69 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ยังคงเบาบางเพียง 2.5 หมื่นลบ. โดยยังคงรอติดตามการประกาศเก็บภาษีของสหรัฐฯ สถาบันในประเทศยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นอีก 1 พันลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง 1.6 พันลบ. (แต่พลิกมา Short Index Futures 4.8 พันสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะปรับตัวลงแรงพอสมควรทดสอบ Low 1,155-1,157+- จุด และมีความเสี่ยงหลุดต่ำกว่า หลังสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ต่อไทยสูงกว่าที่คาดที่ 36% ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยรุนแรงกว่าที่คาดและอาจนำไปสู่การปรับลด GDP ลงในอนาคต โดยมีโอกาสที่จะเห็นการเติบโตปีนี้ต่ำกว่า 2% ได้ หลังจากนี้ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะมีการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดระดับอัตราภาษีลงจากระดับกล่าวได้มากน้อยเพียงใด โดยคาดว่าจะต้องมีลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯลงและนำเข้าเพิ่มเติม
รวมถึงต้องพิจารณาด้านผลประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากด้านการค้า เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงชัดเจนและไหลเข้าหาพันธบัตร โดย Bond Yield 2 และ 10 ปีของสหรัฐฯปรับลงแรงแตะ 3.8% และ 4.06% ต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือน ขณะที่ของไทยล่าสุดอยู่ที่ 1.7% และ 1.94% ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่กนง.จะลดดอกเบี้ยอีก 25-50 bps ปีนี้มีสูงขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เราแนะนำเลี่ยงกลุ่มส่งออกระยะสั้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อาหารสัตว์เลี้ยง อาหาร ส่งออกปลายน้ำ ยาง เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะปรับตัวได้แข็งแรงกว่าคือ Defensive และ Consumer Staple ได้แก่ สื่อสาร การแพทย์ โรงไฟฟ้า IPP ค้าปลีก เป็นต้นกลยุทธ์ : ยังเน้น Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ที่มีแนวโน้มกำไร 1025-2025 แข็งแกร่งและ Valuation ต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยยะ
หุ้นเด่นเดือน เม.ย. : BA, BBL, CPF, HMPRO, OSP
FSSIA Portfolio: BA, BBL, BTG, CPALL, MTC, NSL, PR9, SEAFCO, SHR
หุ้นเด่น Finansia 3 เม.ย. 25 : GULF
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 57.70 บาท
- การควบรวมกับ INTUCH แล้วเสร็จทำให้ GULF มีจุดแข็งเพิ่มขึ้นมากมาย 1) ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น นำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับเรทติ้งของ TRIS ลดต้นทุนดกอเบี้ยในอนาคต 2) มีความพร้อมในการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ซื้อกิจการพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ และ Data center 200MW ใน 2-3 ปีข้างหน้า 3) รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC เพิ่มขึ้นจากเดิมถือ 19.0% เป็น 40.4% 4) Market cap สูงเป็นอันดับ 3 ของตลาดฯ เป็นเป้าการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ
- เป็นโรงไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพที่สุด พอร์ตกระจายความเสี่ยงมากสุด และกำไรโตแรงสุด เราคาดกำไรปี 2025 +20% y-y จากกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ 1,477MW และ Data center COD ปีนี้ และส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจาก PTT NGD และ ADVANC
Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนต่างชาติยังค่อนไปทางไหลออกจากภูมิภาคสุทธิ US$645 ล้าน โดยกระจุกตัวที่เกาหลีใต้ US$678 ล้าน แต่ไหลเข้าไต้หวันบางๆ US$19 ล้าน ด้านตลาดอาเซียนที่เปิดทำการ เม็ดเงินไหลเข้าไทย US$46 ล้าน แต่ไหลออกจากเวียดนาม US$28 ล้าน แนวโน้มของกระแสเงินทุนคาดว่าจะไหลออกรุนแรงหลังอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของทรัมป์ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) สหรัฐฯ เก็บภาษีสินค้าไทย 36% สูงกว่าที่ตลาดประเมินที่ราว 10% (อัตราเฉลี่ยที่ไทยเก็บสหรัฐฯ) ซึ่งหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชีย อัตราที่ไทยถูกเก็บถือว่า ค่อนไปในทางสูง โดยมีเพียงจีน เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า ที่สูงกว่าเรา ขณะที่ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโดนีเซีย อินเดีย ถูกเก็บในอัตรา 24-32% เรามองเป็นลบต่อภาคการ ส่งออกโดยเฉพาะอิเล็กทรอสิกส์ อาหารสัตว์เลี้ยง ยาง เครื่องดื่มส่งออก
(+) AAV จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมากกว่า 23% และ 45% ในช่วง 1 เดือน และ 5 เดือน ที่ผ่านมา เราได้ update กับบริษัทเพิ่มเติมใน 3 ประเด็นที่ตลาด concern คือ นักท่องเที่ยวจีนชะลอตัว การชะลอตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และ ภาพรวม 1Q25 : load factor Domestic และ Inter น่าจะอยู่ที่ประมาณ 90% และ 83-84% (VS 91% และ 85% ช่วง 4Q24) ถือว่า soft ลง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่มีกำไรที่ดี โดยภาพรวม ถึงแม้หุ้นจะ มีปัจจัยกดดันค่อนข้างมาก และมี 2025 earnings downside จากที่เราทำอยู่ที่ THB2.7b แต่ valuation ยังถูกประมาณ 8-9x P/E จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่าช่วงโควิดที่เฉลี่ย 1.7 บาทในปี 2020 และ 2.5 บาทในปี 2021
(+) Update นักท่องเที่ยวสมุย โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าสมุยเดือน March ยังโต 9% y-y เทียบกับ -9% y-y ของนักท่องเที่ยวเข้าไทยทั้งหมด ภาพรวม Passenger Samui ยังทำ new high รายเดือนตั้งแต่ Jan -Mar 25 ส่งผลให้รวม 1Q25 โตประมาณ 11% หุ้นที่มีสัดส่วนรายได้ในสมุยได้แก่ BA (68%), AWC (12%), SHR (6%) and CENTEL (5%) ตัวเลขค่อนข้างสอดคล้องกับ CENTEL ที่แจ้งว่า Phuket, Samui, Krabi ยังมี RevPAR ที่แข็งแกร่งถึงแม้นักท่องเที่ยวจีนจะหายไปช่วง Feb-Mar แต่ advance booking ของ route samui ในช่วง Mar-Sep 25 ยัง +14 y-y และ BA แจ้งว่ายอดจองยังไม่ลดลงหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว
(+) ตลาดดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 235.36 จุด หรือ +0.56%, ปิดที่ 42,225.32 จุด ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff)
(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาแผนภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าอาจทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและกระตุ้นเงินเฟ้อ
(-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบแรง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน (ที่ 34%), อินเดีย (ที่ 26%) และ ญี่ปุ่น (ที่ 24%)
(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่ที่บริเวณ 34.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.28%
(-) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.39% ปิดที่ 71.20 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลกขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน ในขณะที่เช้านี้ลดลงอยู่ที่ระดับ 69.60 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือ -2.94%
(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 20.20 ดอลลาร์ หรือ 0.64% ปิดที่ 3,166.20 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในขณะที่เช้านี้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 3,189.40 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือ 0.73%
SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 931.94/ 0.06%
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
3 เม.ย. | สหรัฐ: ISM Services PMI (มี.ค.), Initial Jobless Claims (29 มี.ค.) |
4 เม.ย. | ไทย: เงินเฟ้อ (มี.ค.) สหรัฐ: Non-Farm Payrolls (มี.ค.) , Fed Chair Powell Speech |
7 เม.ย. | ยูโรโซน: ค้าปลีก (ก.พ.) |
10 เม.ย. | สหรัฐ: เงินเฟ้อ (มี.ค.), FOMC Minutes จีน: เงินเฟ้อ (มี.ค.), |
11 เม.ย. | สหรัฐ: Core PPI (มี.ค.) |