ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและความท้าทายด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายท่อเหล็กคุณภาพมาตรฐานระดับสากล พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้แข็งแกร่ง
คุณธิติมา วัฒนศักดากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PAP กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมท่อเหล็ก เรามุ่งมั่นสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในทุกผลิตภัณฑ์เสมอมา ด้วยความเข้าใจดีว่าวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นมีความสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สิน เราจึงตระหนักถึงความปลอดภัย ความทนทานของโครงสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับการผลิตท่อเหล็กที่มีคุณภาพสูง ได้มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน”
เหล็กคุณภาพมาตรฐานสากล
PAP เป็นผู้ผลิตท่อเหล็กรายแรกๆ ในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ครบทุกผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจากสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง FM Approvals และ ULจากสหรัฐอเมริกา รวมถึง JIS MARK จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยทุกขั้นตอนการผลิตได้รับการตรวจสอบทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดจากห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานISO 17025
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรม โดยเมื่อช่วงปลายปี 2567 ได้ร่วมมือกับสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย (TSEA) และศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ในการดำเนินโครงการต้นแบบ เสริมกำลังอาคารเดิมด้วยท่อเหล็กโครงสร้างเพื่อลดผลกระทบจากแผ่นดินไหว พร้อมทั้งเดินหน้าเผยแพร่ความรู้และแนวทางปฏิบัติในการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ให้มีความทนทานต่อภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ผลิตภัณฑ์หลากหลาย รองรับทุกความต้องการ
บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กหลากหลายขนาด ที่ครอบคลุมทั้งท่อเหล็กสำหรับงานโครงสร้างและงานระบบ รวมถึงท่อเหล็กขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์สำหรับอาคารที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เราให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการควบคุมการผลิต และตรวจสอบโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” คุณธิติมา กล่าว
ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
PAP ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เช่น โปรแกรม SAP, CRM, RPA และการนำระบบ Internet of Things (IoT) มาใช้ในการตรวจสอบคุณภาพแบบเรียลไทม์ และการใช้โปรแกรม CMMS ในการบำรุงรักษาเครื่องจักร
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาชุดท่อสวมและข้อต่อสำหรับการทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มเจาะด้วยวิธี Sonic Logging Test ภายใต้แบรนด์ ZONA ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นและผลิตขึ้นเองเพื่อรองรับการก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของประเทศ ช่วยให้การตรวจสอบโครงสร้างฐานรากมีความแม่นยำและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
มุ่งสู่ความยั่งยืน
ที่ผ่านมา PAP ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Foundation for a Sustainable Future” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้รับรางวัล ESG Emerging Company และผลการประเมิน CGR ในระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
“PAP มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” คุณธิติมา กล่าวทิ้งท้าย