KUN เปิดกลยุทธ์ปี 68 รุก 3 ทำเลทอง ดันรายได้โต 15% ลุยโครงการมาร์จิ้นสูง – เสริมรายได้ประจำระยะยาว
KUN เผยแผนธุรกิจปี 2568 เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ การขยายฐานลูกค้าคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อระดับกลาง และการโฟกัสโครงการในทำเลศักยภาพที่มีอัตรากำไรดี ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% และตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นกลับไประดับเดิมไม่ต่ำกว่า 32% ควบคู่กับการเสริมรายได้ระยะยาวผ่านแผนการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์บนที่ดินที่บริษัทถือครอง
นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 68 บริษัทได้วางยุทธศาสตร์การเติบโตภายใต้ 3 แกนหลัก ดังนี้
- ขยายฐานลูกค้าคุณภาพ บริษัททำงานร่วมกับธนาคารตั้งแต่ต้นทางเพื่อคัดกรองลูกค้าที่มีคุณสมบัติในการยื่นสินเชื่อได้สำเร็จ ลดอัตราการปฏิเสธ (Reject Rate) และเพิ่มอัตราการโอนจริง โดยได้รับแรงหนุนจากฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแรง มีการแนะนำลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง (Refer Rate สูงถึง 35%)
- พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ – ฟังก์ชันดี คุ้มค่า ในราคาจับต้องได้ มุ่งเน้นออกแบบบ้านแนวราบที่ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวในระดับราคากลาง และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละทำเล
- เน้นพัฒนาโครงการในทำเลศักยภาพบริษัทมีความเชี่ยวชาญและสามารถพัฒนาได้ต่อเนื่องในระยะยาวและมีอัตรากำไรดี โดยเฉพาะ 3 ทำเลหลัก ได้แก่ บางบัวทอง ทำเลที่บริษัทฯ พัฒนาอย่างต่อเนื่องอยู่ใกล้เมือง เดินทางสะดวก และยังมีราคาที่ยัง “จับต้องได้” , พระราม 2 ทำเลที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ใกล้แหล่งศูนย์รวมด้านสุขภาพ โรงพยาบาลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลมะเร็งแห่งชาติที่มีแผนเปิดให้บริการ และ รังสิตคลองสอง ทำเลใกล้เมือง เดินทางสะดวก ชูจุดเด่นโครงการที่สามารถออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่อเติมตามไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ยังมี “ป่าจามจุรี” ในโครงการที่เป็นจุดขายสำคัญ ที่ลูกค้าให้ความสนใจ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าเร่งยอดโอนกรรมสิทธิ์ผ่านโมเดล “บ้านพร้อมอยู่” (Built-to-stock) ออกแคมเปญส่งเสริมการขาย โดยได้รับอานิสงค์จากมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงวงเงินกู้ได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสการตัดสินใจซื้อ “จากกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างรอบคอบ ทั้งด้านการตลาด สินค้า และการบริหารต้นทุน บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันรายได้ในปี 2568 ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 15% จากปีก่อน ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นกลับไประดับเดิมที่ไม่ต่ำกว่า 32% ด้วยการบริหารบ้านพร้อมขายอย่างมีประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนก่อสร้างได้อย่างมีวินัย” นางประวีรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนต่อยอดสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการขยายธุรกิจบนที่ดินที่บริษัทฯ ถือครองอยู่แล้ว อาทิ Community Space, Mini Mall, ร้านสะดวกซื้อ, Co-working Space และอาคารให้เช่า ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ กำลังดำเนินการโครงการนำร่องในบางทำเลและศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการพัฒนาในอนาคต เพื่อสร้าง “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตของลูกบ้าน และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เสริมศักยภาพการแข่งขัน และเป็นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
ทั้งนี้ผลจากการปรับกลยุทธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ที่ 159 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568เป็นต้นไป พร้อมทั้งยังคงเร่งจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและผลักดันยอดขายให้เติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต