บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

(-) กลุ่มอาหาร/อิเล็ก: US ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 36% จะกระทบต่อกลุ่มเกษตรอาหารมากสุด แม้ Semiconductor ได้รับการยกเว้น แต่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์บ้านเราอาจไม่เข้าข่าย

  • บริษัทในกลุ่มอาหารที่มีการส่งออกไป US นำโดย ITC (50% ของรายได้รวม), TU (30%), ASIAN (50%), AAI (67% US+Canada)
  • RBF อาจถูกกระทบทางอ้อม จากเวียดนามที่โดนเก็บภาษีจาก US 46% โดย RBF มีรายได้ในเวียดนามราว 5% ซึ่งเป็นการขาย good coating ให้ลูกค้าที่ทำธุรกิจกุ้งส่งออกบางส่วน เบื่องต้นคาดกระทบไม่เกิน 5%
  • กลุ่มเครื่องดื่ม – PLUS (44%), COCOCO (24%), MALEE, SAPPE (13%)
  • กลุ่มเกษตร – กลุ่ม STA มีสัดส่วนรายได้ US 13% มาจากธุรกิจยาง 7% และถุงมือยาง STGT 18%
  • กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ – แม้ในข่าวจะระบุบางกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี อาทิ ทองแดง ยา ไม้แปรรูป ทองคำ รวมถึง Semiconductor ทั้งนี้เรายังไม่เห็นรายละเอียดว่าหมายรวมถึงกลุ่มไหน แต่ถ้าอิงคำนิยามของ Semiconductor บริษัทที่ตรงสุดและมีโอกาสโดนภาษีน้อยกว่าคนอื่นคือ HANA (ขายไป US 26%) ที่มีการขาย IC 36% แต่ยังมีการขาย PCBA มากถึง 64% ซึ่งไม่ได้รับการยกเว้น ส่วน DELTA (26%) และ KCE (21%) ไม่จัดอยู่ในกลุ่ม Semiconductor …….สรุปได้ว่ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ถูกกระทบจาก US tariff
  • หลังจากนี้คาดว่ารัฐบาลไทยต้องเจรจาต่อรองกับ US เพื่อลดผลกระทบของภาษีดังกล่าว ก่อนหน้านี้มีการพูดถึง ให้ไทยหันไปนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่ม อาทิ ข้าวโพด ……ถ้านำเข้าจริง เป็นบวกต่อกลุ่มเนื้อสัตว์ ซึ่งทั้ง CPF BTG TFG และ GFPT ไม่มีการส่งออกไปสหรัฐ จะมีเพียง CPF ที่ส่งไปน้อยมากเพียง 0.3%
  • แต่เริ่มมีการพูดถึง การนำเข้าหมูจาก US ซึ่งเป็นสินค้าหนึ่งที่ US ต้องการส่งมาขายในไทย แต่เราไม่อนุญาต เนื่องจาก US ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงหมู ซึ่งผิดกฎหมายของไทย แม้ข่าวนี้อาจเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มหมู (CPF BTG TFG) แต่เบื้องต้นคิดว่า ไม่ง่าย เพราะต้องแก้กฎหมาย และคาดจะถูกคัดค้านจากผู้เลี้ยงหมู รวมถึงผู้บริโภคด้วย ต้องติดตามความชัดเจนต่อไป
- Advertisement -