บล.กรุงศรีฯ:
KSS Global Macro Strategist Comment: – ปธน Trump ให้สัมภาษณ์ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับจีน แม้ว่าจะมีความตึงเครียดทางสงครามการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินอยู่ โดยมิได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงใหม่ แต่ยังคงกดดันจีนด้วยการเพิ่มภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้ ปธน Trump ยังคงกล่าวยกย่อง สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และกล่าวว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและข้อตกลงการค้าปี 2020 ที่เคยตกลงกันไว้ล้มเหลว เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังคงกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของจีน หลังกระแสข่าวดังกล่าว ตลาดหุ้นจีนตอบสนองในเชิงบวกเล็กน้อย ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น 0.2% ขณะที่หุ้นจีนลดช่วงขาดทุนลง
กระแสดังกล่าว ผนวกกับมุมมอง Global Research ที่เริ่มมีทิศทางเชิงบวกต่อจีนมากขึ้นในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่:
- การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในตลาดหุ้นจีน: จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ROE ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9% เป็น 11% ซึ่งเลื่อนอันดับจากเปอร์เซ็นไทล์ที่ 70 เป็น 91 ของตลาดเกิดใหม่ทั้งหมด และมีโอกาสเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 12% นอกจากนี้ ข้อมูลล่าสุด Global Research มอง 2026F Fwd PE ของดัชนี MSCI China จะรักษาระดับ 10-12 เท่า จากเดิม 8-10 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น หนุนเป้าหมายราคาใหม่สำหรับดัชนีสำคัญปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ Hang Seng (24,000), HSCEI (8,600) และ MSCI China (77) สะท้อน Upside ระดับ 3-6%
- ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญเริ่มปรากฎ: เริ่มเห็นบริษัทจดทะเบียนในจีนปรับตัวเชิงรุก มิใช่แค่เน้นเพียงการควบคุมต้นทุนดังเช่นที่ผ่านมา โดยเริ่มเห็นการเร่งขึ้นของการซื้อหุ้นคืนและเพิ่มการก่อหนี้อย่างเหมาะสมในบริษัทที่เคยมีหนี้สินต่ำเกินไป แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเริ่มมองเห็นผลกระทบจากปัจจัยมหภาคลดลงชัดเจนเนื่องจากน้ำหนักของกลุ่มที่อ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ (เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์) คิดเป็นสัดส่วนลดลงจาก 24% ในปี 2022 เหลือเพียง 15% ของมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยจีนมีความได้เปรียบด้านวิศวกร ข้อมูล และระบบนิเวศดิจิทัล (โซเชียล/อีคอมเมิร์ซ) ที่แข็งแกร่ง พร้อมการสนับสนุนจากภาครัฐ ตัวอย่างเช่น DeepSeek
- การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน: นโยบายภาครัฐเปลี่ยนจากการ “แก้ไข” เป็น “ฟื้นฟู” ภาคเอกชน แสดงถึงทิศทางที่เป็นมิตรต่อธุรกิจมากขึ้น ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้น โดยเริ่มมีการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งยูเครน/รัสเซีย และแนวทางภาษีแบบ “reciprocal” แทนการเลือกปฏิบัติ ประกอบกับการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยี โดยจีนยังคงหนึ่งในผู้เล่นหลักในการแข่งขันด้าน AI แม้มีข้อจำกัดทางเทคโนโลยีจากการกีดกันของสหรัฐฯ
- โอกาสสำหรับนักลงทุน: การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ ณ ปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ โดยนักลงทุนสถาบันต่างประเทศยังมีสถานะ Underweight อย่างมีนัยสำคัญ หุ้นในตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้น A-shares ในระยะสั้น เพราะมีสัดส่วนหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเงินฝืดน้อยกว่า (15.5% vs 42%) ณ ปัจจุบัน ตลาดหุ้นจีนยังมีการถือครองของต่างชาติที่ต่ำเป็นประวัติการณ์และส่วนต่างราคา A-H ที่ลดลงสะท้อนโอกาสน่าสนใจ
- ความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด: นโยบาย America First ที่จะมีการทบทวนภายใน 1 เมษายน อาจส่งผลต่อภาษีและการจำกัดเทคโนโลยี ทิศทางนโยบายจากการประชุม NPC ในเดือนมีนาคม จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการจัดการกับภาวะเงินฝืด
- ด้วยปัจจัยเชิงบวกที่ครอบคลุมทั้งระดับบริษัท อุตสาหกรรม และมหภาค รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทำให้มุมมองต่อตลาดหุ้นจีนปรับเป็นบวกมากขึ้น แม้จะยังมีความท้าทายที่ต้องติดตาม
Strategy: เรามีความเห็นสอดคล้องกับ Global Research เกี่ยวกับมุมมองที่เป็นเชิงบวกมากขึ้นต่อการลงทุนในจีน โดยเริ่มเห็นการปรับมุมมองตลาดหุ้นจีนจาก Underweight ขึ้นสู่ Neutral พร้อมเปิดโอกาสการลงทุนระยะยาวในกองทุนจีน แนะนำ
- KFCSI300-A (CSI300 ETF)
- KFACHINA-A (Active A-Shares)
- KF-CHINA (H-Shares ETF)
- MEGA10CHINA-A (Active H-Shares)