SGP ปี 67 โชว์ฟอร์มแกร่ง! บุ๊คกำไรกว่า 1,318 ลบ.โตเฉียด 30% แจกเงินปันผลอีก 0.20 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 13 มี.ค.นี้ ประกาศแผนปี 2568 วางเป้ารายได้ 9 หมื่นล้าน ยอดขาย 3.56 ล้านตัน
SGP ประกาศผลประกอบการปี 67 บุ๊คกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 1,318.92 ลบ. โต 29.61% พร้อมกับรายได้ 84,151.17 ลบ. ชูกำไรขั้นต้นในปี 67 อยู่ที่ 3,873.42 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.6% เทียบกับปีก่อน จากการที่ราคา LPG ตลอดทั้งปีมีความผันผวนต่ำ ทำให้การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือในแต่ละเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้น ด้านบอร์ดไฟเขียวแจกเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีก 0.20 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 13 มี.ค.68 กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 68 พร้อมกางแผนปี 68 ตั้งเป้ายอดขายโต 10% ที่ 3.56 ล้านตัน
นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่าผลประกอบการในงวดปี 2567 ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 1,318.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 301.33 ล้านบาท หรือ 29.61% เทียบกับงวดปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 1,017.59 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย จากการขนส่ง และการให้บริการ 84,151.17 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้อยู่ที่ 90,598.94 ล้านบาท ลดลง 6,447.77 ลดลง 7.12% ซึ่งลดลงจากธุรกิจก๊าซ LPG ในต่างประเทศ ที่มียอดขายลดลงราว 14% จาก 2.80 ล้านตันในปี 2566 เป็น 2.41 ล้านตันในปี 2567 ในส่วนของราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) โดยรวมปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่ 17.50 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตัน จาก 615 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตันในปี 2566 เป็น 632.5 เหรียญสหรัฐต่อเมตริกตันในปี 2567
อย่างไรก็ดี จากการพิจารณาผลประกอบการสำหรับปี 2567 ที่ออกมานั้น เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิของบริษัท และเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท รวมเป็นเงินที่จ่ายปันผลในปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท คิดเป็นเงินรวม 643.25 ล้านบาท ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวขึ้นอยู่กับมติของผู้ถือหุ้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ในวันที่ 25 เมษายน 2568 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 มีนาคม 2568 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พฤษภาคม 2568
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นสมควรให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เพื่อพิจารณาและอนุมัติให้บริษัทออกหุ้นกู้และเสนอขายหุ้นกู้ และ/หรือตั๋วแลกเงิน ในวงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท โดยมูลค่ารวมของหุ้นกู้ และ/หรือ ตั๋วแลกเงิน ที่ออกใหม่ในคราวใดคราวหนึ่ง เมื่อนับรวมกับมูลค่ารวมของหุ้นและตั๋วแลกเงินของบริษัท (ตามมูลค่าที่ตราไว้) ที่ยังไม่ได้ถอนทั้งหมด ณ ขณะที่ออกหุ้นกู้ใหม่ในคราวนั้นๆ จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 30,000 ล้านบาท หรือสกุลอื่นเทียบเท่า (Revolving Basis) เพื่อใช้แทนวงเงินหุ้นกู้เดิมที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายโตราว 10% โดยปริมาณขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) คาดอยู่ที่ราว 3.56 ล้านตัน จากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณขายอยู่ที่ 3.23 ล้านตัน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณการขายก๊าซ LPG ที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการใช้ที่มากขึ้น โดยบริษัทตั้งงบลงทุนไว้ราว 350.0 ล้านบาท เป็นงบลงทุนในประเทศจำนวน 160 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงคลังก๊าซแอลพีจีและก่อสร้างโรงอัดบรรจุก๊าซแห่งใหม่จำนวน 2 แห่ง ส่วนที่เหลือจำนวน 190 ล้านบาท เป็นงบลงทุนเพื่อใช้ในการก่อสร้างและปรับปรุงคลังก๊าซแอลพีจีในต่างประเทศ ประกอบไปด้วย คลังก๊าซแอลพีจีที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย และคลังก๊าซแอลพีจีที่เมืองไฮฟง ประเทศเวียดนาม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการกระจายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดี บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนธุรกิจก๊าซแอลพีจีในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย รวมไปถึงเล็งที่จะขยายการลงทุนเพิ่มในประเทศแถบเอเชียใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตคู่ขนานทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ อย่างมั่นคง และช่วยสนับสนุนภาพรวมการเติบโตในอนาคตเพิ่มเติม