บล.กรุงศรีฯ:

KSS Global Macro Strategist Comment : สรุปประเด็นสำคัญจาก Blackrock Webinar: Tariffs Announcements: Investment and Portfolio Implications และ MUFG: Expectations for US Trade Policy Escalation in 2025 is almost here มีรายละเอียดดังต่อไปนี้:

Blackrock: Tariffs Announcements: Investment and Portfolio Implications

  • Reciprocal Tariffs: Blackrock มองว่ามาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ที่ประกาศล่าสุดนั้นอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ยังถือว่าต่ำกว่ากรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ตลาดมอง (Worst-case scenario) โดยมองว่าในระยะสั้นจะเห็นประเทศต่าง ๆ เข้าเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นภาษีดังกล่าว และมองภาพรวมสถานการณ์จะยังมีความไม่แน่นอนและความผันผวนระดับสูง ทั้งนี้ การขึ้นภาษีการค้าดังกล่าวส่งผลเชิงลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ (Inflationary Pressure) ซึ่งในภาพรวมเป็นลบต่อภาพการเติบโตและทิศทางเงินเฟ้อในวงกว้าง 
  • Credit Market: Blackrock ประเมินว่าการปรับขึ้นภาษีการค้าดังกล่าวจะส่งผลให้ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้นและพันธบัตรติดลบมากขึ้น นอกจากนี้จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาที่ผิดไปจากสภาวะปรกติเป็นระยะ ซึ่งมองเป็นโอกาสในการหาจังหวะเข้าลงทุน
  • China: มองระดับการปรับขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่อจีน สูงกว่าระดับที่ตลาดคาดเฉลี่ย แต่ยังถือว่าต่ำกว่ากรณีเลวร้ายสุด ทั้งนี้คาดว่าจะเห็น 1) การดำเนินการเจรจาต่อรองของทางการจีนกับสหรัฐฯ (Diplomatic Approach) และ 2) การเร่งใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยสำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นจีน ยังคงเป็นเชิงบวก เนื่องจากมองว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทจดทะเบียนนั้นมีส่วนที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยตรงไม่สูง ประกอบกับ Cycle การเพิ่ม CAPEX, OPEX ในกลุ่ม Tech ที่เพิ่งเริ่มขึ้นของจีนจะเป็นตัวหนุนตลาดหุ้นจีนให้ไปต่อได้ นอกจากนี้ระดับ Valuation ของหุ้นจีนยังไม่แพง จึงมองว่าเป็นโอกาสในการซื้อหากมีการเร่งขายหุ้นจีนออกมา
  • Japan: สหรัฐฯ ประกาศภาษีตอบโต้ระดับ 24% ต่อญี่ปุ่น นับว่าสูงกว่าคาด โดย Blackrock มองว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะตอบสนองโดยการขอเข้าเจรจากับ ปธน. Trump อย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้มีการเสนอการลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มเติมเพื่อชดเชยความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ เชื่อว่าบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นจะหาทางปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าวอย่างรวดเร็วเช่นกัน 
  • Strategy: Blackrock ยังมองว่าเป้าหมายหลักในการบริหารของ ปธน. Trump คือ MAGA (Make American Great Again) นั้น หนึ่งในสิ่งที่สหรัฐฯ จำเป็นต้องเน้นคือการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงการควบคุมระดับเงินเฟ้อ ฉะนั้นจึงมองว่าการดำเนินนโยบายภาษีตอบโต้ดังกล่าวนั้น ไม่สอดคล้องกับการเป้าหมายการบริหารเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เอง ทำให้มองว่าจะเห็นการเจรจาต่อรองกับประเทศต่าง ๆ และสุดท้ายระดับภาษีตอบโต้ที่ใช้อาจจะไม่สูงเท่าระดับที่ประกาศออกมาล่าสุด ทำให้ภาพรวมในระยะกลางยังมองการปรับลงของราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ เป็นโอกาสในการเข้าสะสม โดยสำหรับหุ้น เน้นไปยังหุ้นที่ไม่ได้มีการแข่งขันทางตรงกับบริษัทที่มีฐานการผลิตในสหรัฐฯ ที่ระดับ Valuation ยัง discount 

MUFG: Expectations for US Trade Policy Escalation in 2025 is almost here

  • MUFG มองสหรัฐฯ พร้อมเจรจาต่อรองกับทุกประเทศที่ถูกเก็บภาษีการค้าตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ตามที่ได้ประกาศไปล่าสุด อย่างไรก็ตาม คาดว่าสหรัฐฯ จะปรับลดระดับการปรับขึ้นอัตราภาษีการค้าดังกล่าวได้อย่างจำกัด เนื่องจากมองว่าการปรับขึ้นภาษีการค้าดังกล่าวเป็นไปเพื่อช่วยในการหักลบกับระดับงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินมาตรการ TCJA (Tax Cuts and Job Acts) ที่จะเริ่มช่วงครึ่งหลังของปีนี้ระดับ 10 ล้านล้านเหรียญ นอกจากนี้ MUFG มองว่าจีนอาจจะไม่ได้เร่งเจรจาต่อรองกับทางสหรัฐฯ 
  • สหรัฐใช้กลยุทธ์ภาษีแบบหลายชั้น (Universal, Reciprocal, Sector-Based) เพื่อเพิ่มรายได้รัฐ สนับสนุนอุตสาหกรรมภายใน และใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการค้า โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ได้แก่ เวียดนาม ไทย กัมพูชา และจีน ซึ่งโดนภาษีตอบโต้เฉลี่ยสูงถึง 30–49%
  • ภาษีรถยนต์และบริการดิจิทัล (DSTs) ถูกใช้เป็นเป้าหมายสำคัญ โดยประเทศผู้ส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐ เช่น เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อาจได้รับผลกระทบหนัก ขณะเดียวกัน ทรัมป์มองว่าภาษี DST จากต่างประเทศไม่เป็นธรรมต่อบริษัทสหรัฐ และเตรียมตอบโต้
- Advertisement -