บล.กรุงศรีฯ:

เก่งหลังเกมส์ 

SET Index พลิกปรับลง  -13.2 จุด (-1.13%) ปิดที่ระดับ 1159.4 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3.69 หมื่นล้านบาท โดยตลาดรับข่าวมาตรการภาษีเท่าเทียมสหรัฐตัวเลขสูงกว่าคาด Trump ใช้กรอบภาษีตอบโต้ระดับสูง 15 ประเทศหลักที่เป็นเป้าหลักโดนเก็บ 10%-49% (เฉลี่ยอยู่ที่ 30.4%) ไทยอยู่ในกลุ่มที่โดนเก็บโซนสูง 36% กระทบไทยที่ส่งออกคิดเป็น 55% ของ GDP ขณะที่ส่งออกไปสหรัฐฯราว 16% ของส่งออกรวม   ดัชนีหุ้นไทยปรับลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเซียที่ปรับลงในทางเดียวกัน ฯ  

โดยหุ้นกลุ่มที่หนุนดัชนีและแข็งกว่าตลาดคือ  กลุ่มการเงิน MTC KTC SAWAD กลุ่มค้าปลีก CPAXT กลุ่มโรงพยาบาล BDMS ฯลฯ  ส่วนกลุ่มที่กดดัชนีคือ  กลุ่มชิ้นส่วน DELTA CCET กลุ่มธนาคาร KTB, KBANK   กลุ่มขนส่ง AOT  ฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ

SAWAD +7.1% MTC +3.75% JMT +2.3%  TIDLOR +0.68%  

กลุ่มการเงินปรับขึ้น มีจิตวิทยาบวกหนุนจาก มุมมองอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง  คาด โอกาส กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ ราว 25 bps อิงจาก Thai Bond yields ล่าสุดวันนี้ปรับลงต่อ และลงแรง อายุ 5 ปี ล่าสุด -7 bps อยู่ที่ 1.58% เช่นเดียวกับอายุ 10 ปี   -7 bps 1.86%    โดย SAWAD มี Foreign Broker ออกบทวิเคราะห์มีมุมมองบวก 

BDMS +0.89% 

หุ้น Deep Value ที่ยังอยู่ในโซนลงทุนระยะกลาง-ยาว ผสาน ให้บริการจำเป็น เหมาะพักเงินรอติดตามสถานการณ์ภาษีเท่าเทียมที่อาจจะยังไม่ชัดเจนในบางประเด็น  Earnings outlook:   ใน 1Q25F คาดกำไรสุทธิจะเติบโต y-y (1Q24 กำไรสุทธิ 4,074 ลบ.) และ q-q ส่วนปี 2025F คาดกำไรสุทธิ 17,593 ลบ. (+10%y-y) เติบโตต่อเนื่องจากคาดรายได้เติบโตจากการใช้บริการและ Intensity เพิ่มขึ้น รวมทั้งมี Economies of scale ของการใช้  ยังแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 30.0 บาท 

PTTEP -2.12% 

หุ้นน้ำมันปรับลงรับราคาน้ำมันดิบโลกปรับลงแรง อิง WTI  -3.7%d-d แรงกดดันจากมุมมอง Demand ความต้องการน้ำมันคาดจะลดลงจากผลกระทบมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐ 

AMATA -15.5%  WHA -10.4%

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมปรับลงแรง จากผลกระทบของรายละเอียดภาษีแบบเท่าเทียมจากสหรัฐ    ไทยอยู่ในกลุ่มที่โดนเก็บโซนสูง 36% เป็นรองเฉพาะจีน 54% (ภาษีเดิมที่โดนเก็บเดิม+ภาษีเท่าเทียม) กัมพูชา 49%  เวียดนาม 46% และบังกลาเทศ 37% KSS ประเมินภาพรวมแรงจูงใจของ FDI มาไทยและเวียดนามจากจีน (ซึ่งเป็น FDI หลักมากกว่า 50% ของ FDI รวม) จะลดลงเนื่องจาก gap ของภาษีส่งออกจากจีน vs ไทยและเวียดนามลดลง  นอกจากนี้ เดิม นลท. จีนอาจคาดว่าไทยและเวียดนามจะไม่โดนเก็บภาษีสูงขนาดนี้จึงย้ายฐานมา  ลยุทธ์การลงทุนกลุ่มนี้จะเป็น wait and see

DELTA  -10.3% CCET 7.7 %  ASIAN -6.5%  AAI -5.77% ITC -2.2%  TU -3.6% 

กลุ่มส่งออกที่มี % รายได้อิงสหรัฐ ทั้งกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงและ กลุ่มชิ้นส่วนได้รับจิตวิทยาลบจากผลกระทบภาษีแบบเท่าเทียมจากสหรัฐ    โดยสัดส่วนรายได้บริษัทจดทะเบียนไทยในสหรัฐ   หลักคือ ITC 68%, AAI 52%, ASIAN 47%  DELTA 32.6% 

TLI -3.31%  BLA -0.56% 

หุ้นกลุ่มประกันชีวิตปรับลงมีจิตวิทยาลบ จากทิศทางดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเป็นขาลง  อิง Thai Bond yields ล่าสุดวันนี้ปรับลงต่อ และลงแรง อายุ 5 ปี ล่าสุด -7 bps อยู่ที่ 1.58% เช่นเดียวกับอายุ 10 ปี   -7 bps 1.86% 

- Advertisement -